รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอน 1
ร่างบางรีบลุกเดินออกจากโต๊ะม้าหิน หน้าตึกคณะวิศวะเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังก้าวเข้ามาที่โต๊ะม้าหินนั้น
หนีอีกแล้ว อย่าหนีสิครับพี่ ร่างสูงตะโกนเสียงดังพร้อมกับพยายามวิ่งตามร่างเล็กกว่าที่วิ่งหายไปหลังตึก
พี่รอด้วย พี่ รอผมด้วย หนุ่มร่างสูง ที่มาพร้อมกับเป้สะพายหลังใบใหญ่ สวมแว่นหนาเตะวิ่งตามร่างเล็ก ๆ นั้นอย่างทุกลักทุเล ตะโกนไล่ตามเสียงโหวกเหวก เป็นที่ขบขันกับคนที่ได้เห็น
ไอ้โพดมันเอาอีกแล้ว มันจะแกล้งไปถึงไหนวะ สงสารไอ้เด็กแว่นนั่นจริง ๆ หนึ่งในกลุ่มชายล้วนที่นั่งหัวเราะกันเอ่ยขึ้น
ใครมาเป็นน้องรหัสมัน ซวยอย่างนี้แหละ แต่เสือกมาเป็นไอ้แว่นเข้า กูล่ะสงสารมันจริงๆ หนุ่มอีกคนในกลุ่มให้ความเห็น พร้อมกับหัวเราะท่าทางวิ่งทุลักทุเล ของร่างสูงอย่างขบขัน
***************************************************
เหนื่อยชิบหาย เฮ่อ ร่างเล็กหอบจนตัวโยนเมื่อวิ่งมาถึงข้างสระน้ำโรงอาหาร ซึ่งเป็นสนามหญ้าเขียวขจี ก่อนจะลงนั่งที่สนามยืดขาอย่างสบายใจ พร้อมกับอมยิ้ม
ไอ้แว่นเอ้ย สงสารเอ็งเหมือนกันนะ แต่ทำไงได้วะ ข้าต้องทำหน้าที่พี่รหัสที่ดีว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ร่างเล็กนั่งหัวเราะสนุกสนานกับการแกล้งชายหนุ่มร่างสูงที่ใส่แว่นหนา ๆ อย่างกับว่ามันคืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เขาเคยคิดเหมือนกันถ้าไอ้บ้านั่นไม่ใส่แว่นหนาขนาดนั้นจะมองอะไรเห็นมั้ย เหมือนคนไม่ได้เรื่องเลย ขำจริง ๆ ที่มาได้น้องรหัสอายุมากกว่า เขาพอจะรู้อยู่เหมือนกันว่าภานุอายุมากกว่าแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใดทำไมคนที่เรียนเก่งมาก ๆ สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะ ถึงได้อายุมากกว่าเขา แต่มาเป็นรุ่นน้องเขา ซ้ำร้ายยังเป็นน้องรหัสเขาซะได้
ถือว่านายซวยเองว่ะ ที่มาเป็นน้องรหัสชั้น ร่างเล็กยิ้มกริ่มขำท่าทางของชายหนุ่มที่นึกถึง
พี่ข้าวโพดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงดังโหวกเหวก ไล่ตามมาติด ๆ ทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง
เฮ้อ ได้เวลาวิ่งอีกแล้ว ร่างเล็กค่อยย่องออกจากพุ่มไม้ แล้วกระโดดแอบหลบไปอีกทาง ดวงตากลมโตซุกซนสอดส่ายสายตามอง ก่อนที่จะหาทางหลบไปได้อย่างสะดวก โดยที่ร่างสูงไม่มีทางได้เห็น
**************************************
น่าสงสารภานุอยู่เหมือนกันที่สายตาสั้นมาก ๆ แถมยังสูงโย่งขนาดนั้น ใครได้เห็นก็คงจะนึกสงสาร แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของสมโภชน์ หรือข้าวโพด หนุ่มร่างบาง ที่มีใบหน้าหวานละมุนจนใครต่อใครหลายคนเข้าใจผิด เขาเป็นนิสิตคณะวิศวะและจับพลัดจับผลูได้มาเป็นพี่รหัสของภานุ
ครั้งแรกที่รู้ว่าภานุจะมาเป็นน้องรหัสของเขานั้น ก็นึกดีใจตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เพราะเท่าที่รู้ภานุเป็นผู้ที่สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะ คงจะเก่งมาก แต่ครั้งแรกที่เจอกัน ไอ้แว่นนั้น กลับทักทายเขาว่า
ดีใจจังเลยครับ พี่รหัสของผมเป็นผู้หญิง แถมสวยขนาดนี้ด้วย คณะวิศวะมีรุ่นพี่สวย ๆ อย่างนี้ผมดีใจจัง ร่างสูงขยับแว่น เพ่งมองร่างที่เล็กกว่า พร้อมกับส่งยิ้มเห็นฟันขาว เขาตั้งใจจะผูกมิตรกับพี่รหัสของเขา ครั้งแรกที่เห็นก็ยังอดตะลึงไม่ได้ ร่างเล็กบาง ดวงตากลมโต ผิวขาวใสเนียนละมุนนั้น ไม่อยากบอกเลยว่าเขาโชคดีอะไรขนาดนี้ที่มาได้พี่รหัสสวยน่ารัก จนหลายคนต้องนึกอิจฉาเขาแน่ ร่างเล็กนั้นจ้องมองเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้ และทักทายเขาอย่างดี มีอันต้องหุบยิ้มกะทันหัน แถมตากลมโต กลับมองเขาซะตาขวาง อย่างกับโมโหใครมาแน่ะ เอ๊ะหรือว่าเขาเข้าใจผิด เมื่อกี้พี่เขาก็ยังยิ้ม ๆ อยู่เลยนี่หว่า ร่างสูงขยับแว่นไปมา ทำหน้าเหรอหรา
พี่เป็นอะไรครับ ผมพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่า ร่างสูง ยืนเอียงซ้ายเอียงขวาขยับแว่นไปมา ซึ่งกลายเป็นบุคลิกประจำตัวเขาไปแล้ว
พูดไม่ดีมากด้วย แล้วก็ข้าเป็นผู้ชายเว้ย แหกตาดูดี ๆ ร่างเล็กเลือดขึ้นหน้าทันที จากที่ทักทายอย่างดีก็มีอันต้องโมโห อีกรายแล้ว อีกรายแล้ว ไอ้บ้าเอ้ย ถึงสายตาสั้นก็น่าจะเห็นนี่หว่าว่าใส่กางเกงไม่ได้ใส่กระโปรง โมโหเว้ย มันแยกกันไม่ออกเลยหรือไงว่าผู้หญิงผู้ชายมันต่างกันตรงไหน
อยากได้ลายเซ็นใช่มั้ย งั้นก็รอไปเหอะ ร่างเล็กหน้างอง้ำเดินลิ่วไป
ภานุตาโต อ้าปากค้าง ผู้ชาย........... พี่รหัสเขาเป็นผู้ชาย สวยขนาดนี้เนี่ยอะนะผู้ชาย เฮ้ยยยยยยยยยยยย
แล้วลายเซ็นอ่ะ ยังไม่ได้ลายเซ็นเลย พี่เขาวิ่งไปแล้ว ท่าทางจะโกรธมากด้วย ทำไงดีวะกู
ไอ้เซ่อเอ้ยยยยย ภานุได้แต่ด่าตัวเองในใจ เกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
*****************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 2
ทำไมมันซวยอย่างนี้วะ ภานุเดินบ่นงึมงำ วันนี้เป็นวันปกติที่ต้องไปตามล่าลายเซ็นจากพี่รหัสของเขา
นึกถึงคนตัวเล็กกว่าแล้วเขาเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย พี่รหัสร่างบางน่ารักนั่น ร้ายกาจไม่ใช่เล่น วิ่งก็เร็ว
แถมตาดีอีกต่างหาก เห็นเขาก่อนทุกทีเวลาที่ไปขอลายเซ็น แถมวิ่งเร็วมาก ๆ ขาเขาว่ายาวแล้วแต่ไม่เคยวิ่งทันพี่ข้าวโพดซะที
ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกนะว่าโกรธที่ไปทักอย่างนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่ก็ไม่เห็นต้องโกรธขนาดแกล้งได้เช้าเย็นเลยนี่นา ภานุเดินคิดไปเรื่อย
วันนี้มันวันซวยอะไรไม่รู้ เช้ามาฝนก็ตก รองเท้าที่ตากไว้ก็เปียก ต้องเอารองเท้าผ้าใบคู่เก่ามาใส่ แถมเดินออกมาในซอยแถวบ้านก็ดันเดินตกหลุมเหยียบโคลนซะ เลอะเทอะ ร่มก็ไม่ได้เอามา เปียกฝนอีกต่างหาก แล้วนี่ยังถึงวันที่ต้องไปเล่นวิ่งไล่จับกับรุ่นพี่อีก ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีกลเม็ดอะไรมาแกล้งเขาอีก
เป็นอย่างนี้มาครึ่งปีแล้ว ก็ยอมรับอยู่หรอกว่าแรก ๆ ก็อึดอัดใจอยู่บ้าง แต่พอนานไป
กลับกลายเป็นเรื่องสนุกซะได้ ได้เห็นหน้าหวาน ๆ ที่แกล้งเขา เกือบทุกวัน วันไหนไม่เห็นหน้าเหมือนมันขาดอะไรไป ชีวิตที่เอาแต่เรียนของเขา มีสีสันขึ้น มันสนุกแบบแปลก ๆ บอกไม่ถูก
เขาโรคจิตหรือเปล่านะ ที่ชอบให้คนตัวเล็กกว่านั้นแกล้ง คิดไปคิดมา ก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน
******************************
ร่างเล็ก ๆ ที่ปีนขึ้นไปบนโต๊ะหินข้างสระน้ำ กำลังพยายามเอื้อมมือไปดึงมะม่วงสุกที่ห้อยลงมาอย่างทุลักทุเล ทั้งเขย่งขาทั้ง อะไรก็แล้วแต่ก็เอื้อมไม่ถึงซะที บริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนักเป็นที่ที่เหมาะกับการมาแอบงีบหลับ ระหว่างรอเรียนคาบวิชาต่อไปของร่างบางเป็นอย่างดี
วันนี้ถือฤกษ์งามยามดี ที่ไอ้มะม่วงลูกนี้มันสุกพอดี
เลยกะว่าจะต้องเก็บให้ได้ซะหน่อย ที่จริงร่างเล็ก ๆ นั้นไม่มีความจำเป็นต้องปีนขึ้นไปทำอะไรขนาดนั้นก็ได้
แต่ด้วยความซุกซน และความพยายามแบบแปลก ๆ ของตัวเอง จึงทำให้ร่างบางตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนโต๊ะเพื่อจะเก็บมะม่วงสุกลูกนั้นให้ได้
โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเลยว่ามีใครเดินเข้ามาใกล้ ๆ ภานุยืนขยับแว่นไปมา จะทักเลยดีมั้ย หรือว่าจะรอให้พี่เขาเก็บมะม่วงเสร็จก่อน ถ้าเกิดเก็บไม่ได้ขึ้นมาเดี๋ยวก็มาพาลโกรธอีก หรือจะทักเลย เพราะเดี๋ยวพี่เขารู้ตัวก็หนีไปอีก หรือว่าจะ...................................ภานุมัวแต่คิดไปคิดจนกระทั่ง
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ตก แล้วววววววว ร่างเล็กเอียงซ้ายเอียงขวาเนื่องจากยืนที่ขอบโต๊ะ โต๊ะมันกำลังจะพลิกคว่ำ ไม่น่าขึ้นมาเลย เพราะไอ้มะม่วงลูกเดียวแท้ ๆ ตายแน่กู ร่างบางหลับตาแน่น พยายามตะเกียกตะกายก่อนจะกลิ้งตกลงมา
ตุ๊บ ข้าวโพดหลับตาแน่น หล่นลงมาปะทะกับอะไรสักอย่าง ร่างเล็กยอมรับความเจ็บแต่โดยดี แต่......ไม่ยักกะเจ็บแฮะ อ้าว.... เฮ้ย ทับใครอยู่วะเนี่ย
ร่างเล็กเหลียวไปมองร่างที่อยู่ด้านล่าง
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ภานุร้องลั่น เมื่อร่างเล็กนั้นตกลงมาทับทั้งตัว มันไม่เจ็บขนาดนั้น แต่มันจุกมากกว่าที่คิด ดีที่ความสูงแค่นี้ไม่งั้นเขาคงโดนทับแบบแน่ ๆ
ไอ้หนุ่ม เอ็งเองเหรอ ร่างบางอุทานก้มมองร่างที่อยู่ข้างใต้ ก่อนพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่ช้ากว่าร่างหนานั้นแล้ว ภานุใช้แรงที่เหลืออยู่กอดรัดร่างบางจากด้านหลังแน่น ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่งนั้นไปมา เพื่อให้หลุดจากการกอดรัดของร่างหนา
เอ็งจะทำไรวะ มากอดข้าทำไมเนี่ย ริมฝีปากบาง แหกปากโวยวาย ดิ้นรนจะออกจากอ้อมแขนของร่างสูงให้ได้
เดี๋ยวพี่ข้าวโพดหนีอีกอ่ะ ภานุยิ่งกอดแน่นเข้าอีก แว่นตาหล่นหายไปทางไหนแล้วไม่รู้ ตอนนี้ตาเขาเบลอจนมองอะไรแทบไม่เห็น ถ้าไม่รีบคว้าร่างเล็กนี้ไว้ เดี๋ยวต้องวิ่งหนีเขาอีกแน่ ๆ ใบหน้าคมนั้นเอียงเข้าหาเสียงที่ได้ยิน เขาเห็นไม่ชัดแต่คงเป็นหน้าพี่ข้าวโพดแน่
ข้าไม่หนีหรอกเว้ย ปล่อยข้าเดะ ร่างเล็กโวยวายไม่เลิก
ผมไม่เชื่อหรอก พอบอกไม่หนีทีไร ผมก็เห็นหนีทุกที ภานุไม่ยอมแพ้ ร่างบางนั้นยังคงดิ้นรนต่อไป พร้อมกับที่ร่างสูงก็ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างเล็กพยายามดิ้นแต่ร่างสูงก็ฉุดรั้งไว้ ต่างคนต่างสู้แรงกัน กอดรัดกันไปมาจนเหนื่อยหอบกันทั้งคู่
ข้าไม่ดิ้นแล้ว ปล่อยซะทีซิวะ ร่างบางหยุดนิ่งหอบหายใจหนัก หันหน้าไปหาร่างที่กอดรัดอยู่ด้านหลัง
จังหวะเดียวกับที่ภานุก้มหน้าลงพอดี เลยกลายเป็นว่าริมฝีปากบางนั้นหันไปชนกับริมฝีปากของเจ้าของร่างด้านหลังเข้าพอดี
อ๊ะ เสียงอุทานเบา ๆ ของร่างเล็ก ก่อนที่ใบหน้าหวานนั้นจะผละออก
ถึงจะมองไม่เห็นชัดนัก แต่ภานุก็รับรู้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ร่างสูงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เมื่อกี้ไม่ผิดแน่ แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากของร่างบางในอ้อมแขน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมากระทันหัน มันตื่นเต้นอะไรกันบอกไม่ถูก
ซึ่งก็ไม่ต่างจากร่างเล็ก ๆ นั้น ใบหน้าเนียนขาวแดงก่ำขึ้นมาทันที ถึงจะรู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญก็เถอะ แต่ว่ามัน
ปะ ปะปล่อยได้ยัง ร่างเล็กเสียงตะกุกตะกัก ลมหายใจไม่เป็นจังหวะ
เอ่อ อะ คะ ครับ พอกับภานุที่เกิดอาการเดียวกัน เขายอมปล่อยร่างเล็ก นั้นง่าย ๆ พร้อมกับควานหาแว่นที่หล่นอยู่ข้างตัวมาใส่
ข้าวโพดลุกขึ้น ก้มหน้าก้มตาปัดฝุ่นตามตัวซ่อนใบหน้าแดงซ่านนั้นไว้ ก่อนจะเอ่ยถามร่างสูงที่ลุกขึ้นพร้อมกัน
ไหนสมุดล่ะ จะให้เซ็นตรงไหน ร่างบางเอ่ยถาม
เดี๋ยวแปปนึงครับ ภานุควานหาสมุดเล่มเล็กพร้อมปากกา ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
ช้าจริง ร่างเล็ก บ่นเสียงเบา ตอนนี้เขาไม่ได้มองหน้าภานุเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น
นี่ครับ ภานุยื่นสมุดเล่มเล็กพร้อมกับปากกาให้กับร่างบาง
มือเรียวขาวนวล เซ็นชื่อหวัดไปหวัดมาสองสามครั้งก่อนจะส่งสมุดกลับคืนร่างสูงแต่โดยดี
พี่เอวเล็กจัง แถมตัวหอมด้วย ใช้น้ำหอมอะไรเหรอพี่ ภานุหลุดปากพูดไปตามซื่อ เมื่อสักครู่ที่เขากอดรัดร่างเล็กนั้นทำให้ได้รู้ว่า ทั้งเอวทั้งหลังมันเล็กบางไปหมด ผิวเนื้อเนียนขาว อย่างกับไม่ใช่ผู้ชายเหมือนกับเขาแน่ะ แถมตัวยังหอมอีกต่างหาก เขาสูดกลิ่นหอมจากเจ้าของร่างเล็กบางนั้นเต็ม ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นหวาน ๆ เหมือนกลิ่นผลไม้ มันหอมชื่นใจดีเหลือเกิน
พูดบ้าอะไรของเอ็งวะ ฟังไม่รู้เรื่อง ร่างเล็กเสมองไปทางอื่น เขาได้ยินชัดเจนแต่แกล้งพูดไปอย่างนั้น หัวใจยังเต้นไม่หยุด
ก็ผมบอกว่าพี่ตัวหะ ภานุยังพูดไม่ทันจบ ร่างเล็กก็โบกมือไล่ทันที
ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะขึ้นเรียนแล้ว เอ็งก็รีบไปขึ้นเรียนซะที ร่างเล็กถือโอกาสผละหันหลังเดินห่างจากร่างสูงทันที
อะไรอ่ะพี่ โกรธอะไรผมอีกเนี่ย พี่ ภานุไม่เข้าใจรีบเดินตามร่างเล็กนั้น
ไม่ได้โกรธเว้ย เอ็งก็รีบไปซะที ข้าจะไปแล้ว ข้าวโพดรีบวิ่งหนี ไม่ให้หนีได้ไงอ่ะ ก็ตอนนี้หน้ามันแดงจนบอกไม่ถูกแล้ว ขืนให้เห็นได้อายกันพอดี แต่ไอ้เจ้าบ้านั่นยังวิ่งตามมาอีก อะไรของมันวะ
อย่าตามมานะเว้ย ถ้าเอ็งตามมาคราวหน้าข้าไม่เซ็นชื่อให้แน่ ร่างเล็กตะโกนไล่หลังกลับมา
ภานุหยุดเท้าทันที เขากลัวว่าพี่รหัสคนสวยจะไม่เซ็นสมุดให้
แต่ที่มากกว่านั้น เมื่อกี้มันอะไรอ่ะ เกิดมาไม่เคยเป็น
ใจมันสั่น หน้ามันชา ปฏิกิริยาอะไรวะ ช่วงเวลาที่ริมฝีปากบางแตะที่ริมฝีปากเขานั้น เหมือน ทุกอย่างมันหยุดอยู่กับที่ มือหนาแตะเบา ๆที่ริมฝีปากของตัวเอง
พี่ข้าวโพด แกล้งอะไรผมอีกเนี่ย ภานุบ่นงึมงำ เสียงหัวใจเต้นดังเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้
*******************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอน 3
ปวดหัวจังเลย ภานุเดินเอามือกุมขมับ นัยย์ตาร้อนผ่าว รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวยังไงบอกไม่ถูก ลำคอแห้งผากไปหมด เขาฝืนใจมาเรียนวันนี้เพราะว่า สัปดาห์หน้าจะสอบแล้ว หากไม่เข้าเรียนอาจไม่ทันได้ ถึงแม้จะเรียนเก่ง และหัวดีมากแต่ภานุไม่เคยชะล่าใจ เขายังคงอ่านหนังสือจนเป็นเรื่องปกติ และไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งเลยสักนิด เขาคิดแต่ว่าตัวเองเป็นไอ้เซ่อคนหนึ่งถ้าไม่ตั้งใจเรียน ก็จะตามคนอื่นไม่ทัน
ไม่ต้องเอาอะไรมากหรอก แค่ปัญหาเมื่อวานระหว่างเขากับพี่ข้าวโพด เขายังแก้ไม่ได้ ชายหนุ่มไปเปิดหาในหนังสือหลายเล่มเพื่อค้นหาว่าไอ้ อาการชาที่หน้า หัวใจเต้นตึกตักจนดูน่ากลัวนั้นมันมีสาเหตุมาจากอะไร มันไม่ใช่อาการอย่างนั้นอย่างเดียวแต่ว่าเขารับรู้ได้ถึงความสุขและอยากเข้าใกล้ร่างเล็กนั้นเข้าไปอีก เขาแปลกไปหรือเปล่านะ และก็อีกเช่นเคยวันนี้เขาก็ยังคงต้องตามล่าลายเซ็นจากพี่ข้าวโพดคนสวยอยู่ดี ไม่รู้ว่าวันนี้จะหายโกรธหรือยัง เมื่อวานพี่ข้าวโพดหน้าแดง ๆ ตกลงมาจากโต๊ะอย่างนั้น จะบาดเจ็บอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือว่าหน้ามืดไม่สบายถึงได้หน้าแดงขนาดนั้น เขาเองก็ไม่น่าไปดึงกอดรัดพี่ข้าวโพดอย่างนั้นเลยพี่เขาคงจะอึดอัดและรำคาญมากที่ชายหนุ่มทำอย่างนั้น แต่ว่านะกลิ่นหอม ๆ นั้นมันยังติดจมูกอยู่เลย พี่ข้าวโพดตัวนิ้ม นิ่ม ร่างเล็กนุ่มนิ่มที่ได้กอดไว้วันนั้นมันทำให้เขารู้สึกดีจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ แต่วันนี้ถ้าเจอพี่ข้าวโพดแล้ว คงให้พี่ข้าวโพดแกล้งไม่ได้ เพราะวันนี้ขนาดยืนยังจะยืนไม่อยู่
สงสัยเพราะเดินตากฝนเมื่อวาน เลยทำให้ปวดหัวขนาดนี้ เอาน่ะเรียนเสร็จแล้วขอเลายเซ็นพี่ข้าวโพดเสร็จก็กลับบ้านกินยานอนดีกว่า
ร่างสูงขยับแว่นไปมา ก่อนจะรีบเดินไปที่โต๊ะหินข้างสระน้ำที่ร่างบางชอบไปนั่งเป็นประจำ
มาแล้ว มาแล้ว ทำหน้าไงดีวะเนี่ยไอ้โพด ร่างเล็กกระสับกระส่ายใจเต้นไม่เป็นส่ำ อาการนี้มันเป็นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว นึกถึงหน้าของไอ้แว่นนี่ทีไร ใจมันก็เต้นไม่หยุดทุกที เป็นอะไรวะเนี่ย ร่างเล็กเหลือบตาไปเห็นร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้ เตรียมออกวิ่งทันที
ปราโมทย์เดินมานั่งแปะ ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับร่างเล็ก ควานหาสมุดเล่มเล็กในกระเป๋าเสื้อ วันนี้เขาคงไม่มีแรงจะต่อกรกับร่างเล็กนี้จริง ๆ ถ้าร่างบางตรงหน้าไม่เซ็นสมุดให้เขา แล้ววิ่งหนีเขาอีก เขาเองก็ไม่มีแรงจะลุกไปรั้งไว้เหมือนทุกวันแน่ ๆ ภานุคิดอย่างท้อใจ เขารู้สึกว่าหัวหมุนติ้วไปหมด ใบหน้าเนียนสวยหวานที่เขานึกถึงทุกวันเริ่มเบลอ
ข้ามีเรียน อยากได้ลายเซ็น วิ่งตามมาเอาเองนะเว้ย ร่างเล็กพูดเร็วปร๋อก่อนจะลุกขึ้นเตรียมวิ่งหนี
................................................................................ ภานุนั่งเงียบ ๆ ไม่ลุกขึ้นวิ่งตามเหมือนทุกครั้ง จนเจ้าของร่างบางนั้นอดสงสัยไม่ได้
ร่างเล็กหันหลังเดินกลับยืนใกล้ ๆ กับร่างสูง ที่นั่งนิ่งเหมือนไม่รับรู้อะไร
ข้าจะวิ่งหนีเอ็งแล้วนะ ใบหน้าหวานงอง้ำเหมือนไม่ได้ดั่งใจ
ครับ ภานุรับคำ แม้แต่เสียงจะพูดยังไม่มีเลย แล้วจะให้เขาทำอะไรได้
เอะเป็นอะไรวะวันนี้ ไม่เหมือนทุกวัน.............. ร่างเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ นิ่งคิด และเริ่มรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ซ่านมาจากร่างหนาที่นั่งนิ่งอยู่
มือเล็กบางเอื้อมไปแตะเบา ๆ ที่แขนของภานุ
ตัวร้อนจี๋เลย เอ็งเป็นอะไรวะ ไม่สบายนี่หว่า ริมฝีปากงามอุทานเสียงดัง เวรเอ้ย........ เขานี่ก็บ้าดีแท้ ภานุไม่สบายขนาดนี้ ยังมีหน้ามาคิดแกล้งอีก ร่างเล็กบางอยากจะเขกกะโหลกตัวเองสักทีสองที
กินยาหรือยังเนี่ย น้ำเสียงและสีหน้าเป็นห่วงของร่างบาง นั้นทำให้ภานุยิ้มได้ แม้จะเป็นยิ้มแบบฝืน ๆ ก็เถอะ
ยังครับ............. แต่ว่าพี่ข้าวโพดตอนนี้ผมลุกไม่ไหวแล้ว ภานุยิ้มแห้ง ๆ มันมึนหัวไปหมด เขาว่าถ้าหากเขาลุกขึ้นตอนนี้ต้องหน้ามืดแน่ ๆ
ผมกะว่าจะเอาสมุดมาให้พี่เซ็นแล้วค่อยกลับบ้าน ภานุฝืนพูดต่อไป ใบหน้าคมนั้นซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด ความร้อนจากร่างกาย แผ่ไอความร้อนออกมา จนคนข้าง ๆ สัมผัสได้ ภานุรู้สึกหนาวไปหมด ทั้งที่เหงื่ออกจนแทบจะท่วมตัวอยู่แล้ว
ลายเซ็นอะไรวะ ไม่ต้องสนใจแล้ว บ้านเอ็งอยู่ไหนเนี่ย ข้าจะไปส่ง ร่างเล็กบางฉุดให้ร่างหนานั้นลุกตามทันที
ตอนนี้เขาไม่คิดอะไรแล้ว รู้สึกเป็นห่วงร่างหนานั้นเต็มทน
**********************************
ภานุบอกทางคนขับอย่างมึน ๆ ดีที่ร่างบางนี้มากับเขาด้วย ไม่งั้นถ้าเป็นอะไรไปเขาคงแย่ ตอนนี้พ่อกับแม่เขาไปบ้านญาติที่ต่างจังหวัดจึงเหลือเขาอยู่บ้านคนเดียว พร้อมกับแมวอีก 3 ตัว กว่าจะมาถึงบ้านได้ ก็เล่นเอาเหนื่อย
ตาของเขาแทบจะปิดอยู่แล้ว อยากจะหลับเสียกลางทางให้ได้ ดีที่พี่ข้าวโพด ให้ยืมไหล่ซบมาได้ตลอดทาง
โดยไม่ทำท่าโวยวายเหมือนเคย แถมยังลากเขาเข้าบ้านได้ อย่างทุลักทุเล หลังจากลงจากรถแท็กซี่แล้ว
บ้านเอ็งไม่มีใครอยู่เลยเหรอวะ ร่างบางขมวดคิ้วมุ่น บ้านของภานุดูเงียบเหงาผิดปกติ หลังจากที่เขาลากร่างสูงนั้นมานอนแหมะบนเตียงได้สำเร็จ
พ่อแม่ไปบ้านยาย ที่ต่างจังหวัด กลับมาอาทิตย์หน้า ภานุบอกเสียงเบา ดวงตาคมเริ่มหรี่ปรือหลังจากกินยาที่ร่างบางค้นหามาได้จากตู้ยาในบ้านของเขา
ขอบคุณมากครับพี่ข้าวโพดที่พาผมมาส่ง ภานุส่งยิ้มให้ รู้สึกขอบคุณพี่รหัสของตัวเองอย่างเหลือกำลัง นี่ถ้าไม่ได้พี่ข้าวโพดมาส่งป่านนี้เขาจะไปสลบอยู่แถวไหนกันแล้วนะ
เออ.............ยังไงเอ็งก็เป็นน้องข้าว่ะ ร่างเล็ก ๆ ตอบกลับมา แต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากภานุแล้ว ร่างสูงนิ่งหลับไปทั้งอย่างนั้น
หลับซะแล้ว................ ร่างเล็กส่ายหัวยิ้ม ๆ มองร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่ตรงหน้า ร่างบางมองภาพชายหนุ่มที่ มีผ้าห่มคลุมจนถึงอก แว่นตายังไม่ได้ถอดเลยด้วยซ้ำ ข้าวโพดยืนพิศดูร่างสูงที่ใบหน้าขาวซีดขาว ลมหายใจที่ติดขัด ไม่สม่ำเสมอเหมือนสภาวะปกติแล้วก็ถอนใจ
มือเล็ก ๆ เอื้อมไปถอดแว่นออกจากใบหน้าคม ที่หลับสนิทแลดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลย
*********************************
อือ. ภานุครางเสียงแผ่ว เมื่อรับรู้ถึงความเย็นที่หน้าผาก และร่างกายแขนขา
ดวงตาคมหรี่ปรือ เห็นภาพไม่ชัดนัก แต่เขาจำได้ จำกลิ่นหอม ๆ นี้ได้
ร่างเล็กสาละวนอยู่กับการเช็ดตัวให้กับรุ่นน้องตรงหน้า ภานุตัวหนักเหลือเกินกว่าจะถอดเสื้อกว่าจะเช็ดตัวให้ได้ก็เล่นเอาหอบ
พี่ข้าวโพดจ๋า ภานุส่งยิ้มหวานจ๋อย เขาคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ ที่เห็นพี่ข้าวโพดมาดูแลเขาอยู่ตรงหน้า
มือหนาคว้ามือนุ่มนิ่มที่กำลังสาละวนอยู่กับการใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดไปตามแผ่นอกกำยำนั้น
แล้วเอาแนบไว้ที่แก้มของตัวเอง
มือพี่ข้าวโพดเย็นจังเลย มันทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ภานุยังคงยิ้ม ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
อะ อะ อะไรของเอ็งวะไอ้หนุ่ม ร่างเล็กทำหน้าเลิ่กลั่ก ไอ้รุ่นน้องบ้ามันทำอะไรของมันเนี่ย เช็ดตัวให้อยู่ดี ๆ คว้ามือไปแนบแก้ม แถมยังทำท่านอนหลับอย่างมีความสุขอีก
ร่างบางพยายามจะดึงมือกลับ แต่ขนาดหลับภานุยังดึงมือเล็กนุ่มนวลไว้ไม่ยอมให้ห่างตัว
มือเล็ก ๆ อีกข้าง ของข้าวโพด เอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกอยู่ที่หน้าผากมนของคนป่วย
เขาพิศมองดูใกล้ ๆ แพขนตายาว รับกับจมูกโด่งนั้น ดูดี ๆ แล้ว ภานุจัดได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีพอสมควรเขาไม่เคยสังเกตเห็น เพราะภานุเอาแต่ใส่แว่นหนา 3 นิ้ว ปกปิดใบหน้าตัวเองอยู่อย่างนั้น นี่เจ้าตัวจะรู้บ้างมั้ยเนี่ย ว่าหน้าตาจริง ๆ มันหล่อเหลาขนาดนี้ แถมตอนนี้ยังดูขี้อ้อนน่ารักอย่างกับเจ้าลูกแมวสองตัว ตัวเล็กที่มาป้วนเปี้ยนพันแข้งพันขาของร่างบางอยู่
ใบหน้างามยิ้มกระจ่างใส ก่อนจะก้มลงลงที่หน้าผากมนนั้น ริมฝีปากบางสัมผัสแผ่วเบากับหน้าผากของชายหนุ่ม
ที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวก่อนจะชะงักงัน ขึ้นมากะทันหัน
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย.......ทำอะไรอยู่วะเนี่ยกู ร่างเล็กหยุดนิ่ง บ้าน่า
เขาเห็นว่าภานุน่ารักขึ้นมาได้ไง ภานุเป็นผู้ชายนะ แถมเมื่อกี้ยัง ยัง ยังก้มไปจูบหน้าผากมนนั้นอีก
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ร่างเล็กงามตะโกนร้องลั่นอยู่ในใจ
*****************************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 4
พัดเหรอ ร่างเล็ก ๆ คุยกับผู้ที่รับสายปลายทาง เขาโทรเข้าที่บ้านหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีคนรับสาย จึงโทรไปหาน้องชาย
อื้อ....มีไรอ่ะโพด พัฒนารับสาย พี่ชายฝาแฝดของเขาโทรมาทำไม ปกติไม่ค่อยโทรหา สงสัยจะมีธุระจริง ๆ
พัฒนาและสมโภชน์เป็นพี่น้องฝาแฝดที่เหมือนกันมาก หลายคนทักผิดทักถูก ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกว่าเป็นฝาแฝดกันและยิ่งเหมือนกันมากที่สุดก็ไอ้นิสัยขี้เล่นเนี่ยแหละ ที่ทำให้เกิดเรื่องอยู่บ่อย ๆ จนพ่อกับแม่ต้องจับแยกให้เรียนกันคนละที่ เพราะปวดหัวที่ทั้งสองช่างขี้เล่นเกินเหตุและขยันหาเรื่องให้ทุกวัน
แม่ไม่อยู่บ้านมั้ง เมื่อกี้โพดโทรหาแม่แล้ว จะบอกว่าวันนี้จะค้างบ้านรุ่นน้อง ปลายสายส่งเสียงบอกถึงจุดประสงค์ที่โทรมา
เออ เดียวบอกให้ น้องชายรับคำ
เออขอบใจว่ะ ข้าวโพดตอบรับคำน้องชาย และอดขอบใจไม่ได้ที่พัฒนาไม่ใช่คนจู้จี้งี่เง่าที่ชอบถามอะไรซักไซ้มาก
อ้าว .............งั้นข้าววันนี้โพดก็อดดิ แม่ทำแกงมัสมันกับต้มข่าไก่ด้วยนะเว้ย พัฒนาตอบกลับพี่ชาย ทั้งสองมักจะหยอกล้อกันเป็นประจำ บางทีก็ข่มกันมั่ง บางทีก็อำกันเอง อำไปอำมาจนไม่รู้ว่าใครอำใคร
เฮ้ยยยยยยยยย จริงดิ ไอ้พัดถ้าเอ็งกินหมดข้ากลับไปเตะแน่ ข้าวโพดโวยวายเสียงลั่น
แต่ช้ากว่าพัฒนาเสียแล้ว น้องชายตัวแสบตัดสายทิ้งกะทันหัน พร้อมกับหัวเราะกระหยิ่มยิ้มย่องที่แกล้งพี่ชายได้
***********************
อื้อออออออ ภานุขยี้ตา แสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามามันทำให้เขาแสบตา จนต้องควานหาแว่นตาที่หัวเตียงมาใส่
และสายตาของเขาก็ชะงักนิ่ง ร่างเล็กนั่งหลับสนิทโดยเอาหัวฟุบอยู่ที่ข้างเตียงที่ชายหนุ่มนอนอยู่ คนตัวเล็กกว่านั้นสวมเสื้อผ้าของภานุ เสื้อเชิตตัวโคร่งสีขาวมันยิ่งทำให้คนที่ตัวเล็กกว่า ตัวเล็กลงเข้าไปอีก นี่คงจะค้นจากตู้เสื้อผ้าของเขากระมัง ร่างเล็กที่หลับใหลไม่รู้เรื่องนั้นทำให้เขามองค้าง
สวย ภานุบอกกับตัวเอง
เมื่อวานชายหนุ่มจำได้ว่าไม่สบายมาก แล้วร่างบางนี้ก็พาเขามาส่งที่บ้านแล้วเขาก็เผลอหลับไป หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว แต่จำได้ลาง ๆ ว่าฝัน ฝันดีมาก ๆ ในฝันมีร่างงามนี้อยู่ด้วย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างเล็ก ๆ นี้หลับใหลอยู่ข้างกาย มือของเขาถูกเกาะกุมด้วยมือเล็ก ๆ ของร่างบาง
นี่เขานอนจับมือกับพี่ข้าวโพดทั้งคืนเลยเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อ พี่ข้าวโพดที่แสนจะขี้โวยวายเนี่ยอะนะ ยอมให้เขาจับมือ
อือ ร่างเล็กขยับยุกยิก เงยหน้าขึ้นขยี้ตา
ภานุรีบลงไปนอนทำแกล้งทำเป็นหลับทันที เขาอยากรู้ว่าคนตัวเล็กกว่าจะทำยังไงหลังจากตื่นนอน
ไข้ลดยังเนี่ย ข้าวโพดลุกขึ้นนั่งเต็มตัว เอื้อมมือไปเตะที่หน้าผากมนของรุ่นน้อง ในขณะที่อีกมือยังเกาะกุมอยู่กับมือภานุ
ตัวยังรุม ๆ อยู่เลย ร่างเล็กบ่นอย่างขัดใจ ก่อนจะปลดมือของอีกฝ่ายออก และหยิบผ้าขนหนูลงมาในกะละมังใบเล็ก บิดพอหมาด แล้ววางแปะไว้ที่หน้าผากของคนป่วยเพื่อลดความร้อนอีกครั้ง
ถ้าไม่รีบหายเร็ว ๆ ข้าทำอะไรเอ็งไม่รู้ด้วยนะเว้ย ร่างเล็กกระซิบเสียงแผ่วกับใบหูของร่างสูง ไม่คิดจะให้ชายหนุ่มได้รับรู้หรอก
แต่ภานุ..................... ได้ยินชัดเจน แบบเต็ม ๆ
*********************************
ภานุลืมตาขึ้นหลังจากที่ข้าวโพดเดินออกไปแล้ว เขาแตะที่หน้าผากตัวเอง หมายความว่าไงกันที่พี่ข้าวโพดพูด เมื่อคืนนี้เรื่องที่เขาฝันท่าทางจะไม่ใช่แค่ความฝันซะแล้ว ภานุไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำหน้าดีใจขนาดไหน ดวงตาคมตาเป็นประกาย เปี่ยมด้วยความสุข เวลาที่พี่ข้าวโพดไม่แกล้งเขาอย่างนี้ พี่ข้าวโพดน่ารักเหลือเกิน จนเขาอยากจะกอดรัดร่างเล็ก ๆ นั้นอีกครั้ง คิดถึงความหอมจากตัวของคนร่างเล็กกว่าแล้วมันทำให้จิตใจเขาหวั่นไหวขึ้นมา
เอาอีกแล้ว หัวใจ................มันเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว เขาเป็นอะไรกันนะเนี่ย
*********************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 5
มือเล็ก ๆบรรจงเทโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปลงไปในหม้อที่มีน้ำกำลังเดือด และใช้ทัพพีคนไปคนมา
วันนี้ข้าวโพดรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร
ภานุยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เมื่อคืนนี้ภานุมีไข้ขึ้นสูงทั้งคืน เขาต้องหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่อย่างนั้น เพื่อลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้กับร่างสูงที่นอนหลับกระสับกระส่าย เนื่องด้วยความร้อนในกายเพิ่มสูงขึ้นตลอด
และไข้เพิ่งลดลงก็เมื่อเกือบรุ่งสางของอีกวัน
นึกแล้วก็แปลกใจตัวเอง ร่างบางนั้นไม่เคยต้องทำอะไรอย่างนี้ให้กับใครมาก่อนเลย
นึกถึงวันแรกที่เจอภานุแล้วก็ขำตัวเอง ร่างบางเอะอะโวยวายใหญ่โต และนึกโกรธน้องรหัสอยู่หลายวัน
แต่ไอ้หน้าซื่อ ๆ ที่คอยมาเสนอหน้าให้เห็นทั้งเช้าบ่าย นั้น ก็ทำให้อดใจอ่อนลงนิดหน่อยไม่ได้
ล่าสุดที่รู้มาก็คือว่าเจ้าภานุน้องรหัสของเขาเนี่ย อายุ มากกว่าเขาเกือบ 2 ปี แต่สาเหตุที่เรียนช้ากว่าก็เพราะว่าความเซ่อบวกกับความซุ่มซ่ามของตัวภานุเอง ที่ดันไปหัดขี่มอร์เตอร์ไซด์แล้วพุ่งชนรั้วบ้าน กระดูกหักหลายท่อน ต้องไปนอนให้หมอรักษาที่โรงพยาบาลเกือบปี กว่าจะหายและกว่าจะมาสอบเอ็นทรานส์ได้ ก็ต้องรอไปอีกเกือบปี
มิน่าล่ะ มีเวลาอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่นนี่เอง ถึงได้สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่ง แต่จะให้เรียกภานุว่าพี่น่ะเหรอ ฝันไปเหอะ ตลกตายเลย ให้ภานุมาเดินตามต้อย ๆ เรียกเขาว่าพี่อย่างนี้แหละดีแล้ว สนุกดี
ร่างเล็กหัวเราะเรื่อยเปื่อย ใบหน้าสวยหวานดวงตาเป็นประกาย แต่แล้วก็หยุดนิ่ง
เอ๊ะ.........เมื่อกี้นี้ไอ้หนุ่มมันใส่แว่นนี่หว่า แต่เมื่อคืนจำได้ว่าถอดให้แล้ว แต่ว่าเมื่อเช้า................ ร่างเล็กงามนิ่งคิด
ไอ้หนุ่ม ไอ้น้องรหัสเวร นี่ได้ยินอะไรที่เขาพูดไปบ้างหรือเปล่าเนี่ย
ร่างเล็กบางนิ่งคิด ไม่หรอกมั้ง ไอ้แว่นมันไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์ขนาดนั้นหรอก มันซื่อบริสุทธ์จะตาย ร่างเล็กคิดเข้าข้างตัวเอง หารู้ไม่ว่าภานุน่ะ เจ้าเล่ห์กว่าที่คิดหลายเท่านัก
************************************
หนุ่ม.....กินข้าว มือเล็กบาง เขย่าร่างสูงนั้นเบา ๆ ก่อนจะวางชามโจ๊กไว้บนโต๊ะหัวเตียง และลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ ร่างสูงที่นอนเหยียดยาว มีผ้าห่มคลุมจนถึงอก
อือ ภานุกระพริบตาถี่ ๆ แกล้งทำเป็นงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่นนอน ตอนนี้ชายหนุ่มไม่ปวดหัวแล้ว และรู้สึกว่า ตัวก็ไม่ร้อนแล้วและไม่มีอาการหายใจติดขัดเหมือนเมื่อคืน
เมื่อสักครู่เขาเกือบลืมนึกไป ตอนที่ร่างเล็กงัวเงียตื่นนอน เขายังคงสวมแว่นอยู่ แต่ตอนที่ร่างเล็กเดินออกไป เขารีบถอดแว่นออกแทบไม่ทัน และเปิดลิ้นชักค้นหาคอนแท็คเลนส์มาใส่ ปกติไม่ค่อยได้ใส่คอนแท็คนักหรอก รู้สึกว่ามันเคือง ๆ ตา ก็ได้แต่เก็บเอาไว้ในกล่องอยู่อย่างนั้น กลัวเหมือนกันว่าร่างบางนั้นจะรู้ว่าเขาแกล้งหลับ แต่พอร่างเล็กเข้ามาในห้องแล้วก็ไม่เห็นโวยวายอะไร
ตอนนี้เขาก็แค่แกล้งทำเป็นมองอะไรไม่เห็นแค่นั้นเอง ไม่รู้ว่าพี่ข้าวโพดจะทันสังเกตหรือเปล่า
ร่างเล็กเอื้อมหยิบชามมาไว้ในมือ เป่าเบา ๆ ที่ช้อนเพื่อให้คลายความร้อน ก่อนจะส่งเข้าปากชายหนุ่ม
ภานุอ้าปากรับในทันที เขาแสร้งทำตาเบลอ ๆ หรี่มองหน้าของร่างเล็กนั้นที่ เป่าที่ช้อนเบา ๆ เพื่อรอจะป้อนโจ๊กคำต่อไป
ตอนนี้ภานุเห็นว่าพี่ข้าวโพดร่างเล็กบางนั้นน่ารักสุด ๆ ปกติเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ที่มหาวิทยาลัย แต่วันนี้ได้มาเห็นพี่ข้าวโพดในชุดเสื้อเชิตขาว กับกางเกงขาสั้นเลยเข่า ผิวขาว ๆ ใบหน้าน่ารักที่กำลังตั้งอกตั้งใจป้อนอาหารเขาอย่างเต็มที่
อือ ภานุครางเบา ๆ อารมณ์มันไหลไปตามความคิดหมดแล้ว
เวลาที่ไม่มีแว่นตามาเกะกะเนี่ย ภานุก็ดูเป็นชายหนุ่มหล่อเหล่าคนหนึ่งทีเดียว เสียอย่างเดียวที่เวลามองอะไรก็ต้องหรี่ตา มันดูเสียบุคลิกชอบกล ร่างเล็กบางนิ่งคิด ช้อนในมือถูกคนไปคนมาในชามโจ๊ก
อร่อยมั้ย ร่างเล็กเอ่ยถามในขณะที่กำลังเตรียมป้อนคำต่อไป
ครับ ร่างสูงรับคำ ใบหน้าคมยังคงขาวซีดแทบไม่มีสีเลือด
ไม่ให้อร่อยได้ไง เมื่อกี้ข้าเห็นจิ้งจกตกลงไป แต่เอ็งไม่ต้องตกใจนะ ก่อนที่ข้าจะเอาข้าวมาให้เอ็งกินเนี่ย ข้าหยิบจิ้งจกออกไปแล้ว ร่างเล็กบางพูดเรื่อย ๆ แต่แอบยิ้มเจ้าเล่ห์ โทษฐานที่ทำให้ว้าวุ่นใจ มันต้องเจอแบบนี้
แค่ก แค่ก แค่ก ภานุสำลักโจ๊กในปากทันที นี่ยังไม่เลิกแกล้งเขาอีกเหรอเนี่ย
นึกว่าพี่ข้าวโพดจะญาติดีกับคนป่วยแล้วนะ
จริงเหรอพี่ ภานุทำตาโต ตกใจ ไม่จริงน่ะ พี่ข้าวโพดต้องแกล้งอำเขาแน่ ๆ
เอ็งนึกว่าข้าพูดเล่นเหรอ ข้าเคยพูดเล่นด้วยเหรอวะ ใบหน้าหวานซึ้งทำหน้าจริงจัง
พี่ข้าวโพดดดดดดดด ผมไม่กินแล้ว แหวะ ภานุทำท่าพะอืดพะอม จะอาเจียนซะให้ได้
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าล้อเล่นเว้ย แหม ทำเป็นตกใจไปได้ ร่างบางหลุดหัวเราะชอบใจที่แกล้งร่างสูงที่พยายามจะล้วงคอเอาอาหารออกให้ได้
โฮ่.........พี่ข้าวโพดจะแกล้งผมไปถึงไหนเนี่ย ภานุทำหน้าเศร้า นี่มันอะไรกันอีก นึกขอบคุณอยู่หรอกที่ชามโจ๊กของเขาไม่มีจิ้งจกจริง ๆ แต่คนตัวเล็กนี่ก็เหลือเกิน เขาป่วยอยู่นะเนี่ย เคยเห็นใจคนป่วยมั่งมั้ย
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าล้อเล่น น่ะ ... เนี่ยข้าอุตส่าห์ต้องมานั่งป้อนข้าวเอ็งเลยนะเว้ย ร่างบางยังคงหัวเราะไม่เลิก
มือเอ็งไม่ได้เป็นง่อยซะหน่อย กินเองได้แล้ว ร่างบางเตรียมจะวางช้อนและส่งชามให้กับร่างสูงที่ทำหน้างอหงิกทันที
ไม่ได้หรอก ตอนนี้มือผมจับอะไรไม่ได้ พี่แหละต้องป้อน ภานุทำเสียงกระเง้ากระงอดเขาอยากจะโกรธร่างบางนี้จริง ๆ ล้อเขาเล่นอยู่ได้ทุกวัน ไม่เบื่อบ้างหรือไง
ทำไม... มือเอ็งมันพิการไปด้วยหรือไง ถึงหยิบช้อนมาตักกินเองไม่ได้เนี่ย ร่างเล็กบางทำหน้าโกรธทีเล่นทีจริง
แต่ในใจนั้นขำยิ่งกว่าขำที่ได้แกล้งชายหนุ่มให้ทำหน้าหงิกหน้างอได้
ไม่ได้พิการ แต่เมื่อคืนนี้พี่อุตส่าห์จับมือผมไว้ทั้งคืน ถ้าผมเอามือไปจับช้อน เดี๋ยวรอยจะหายไป ภานุพูดบอกซื่อ ๆ ไปตามที่ใจคิด แถมเอามืออีกข้างลูบไปลูบมาที่มือที่ร่างเล็กนั้นเกาะกุมไว้ทั้งคืน
ไอ้ ไอ้ ไอ้ บ้า เอ็ง เอ็ง บ้าหรือไง ใบหน้าขาวเนียนแดงซ่านขึ้นทันที เขาไม่นึกว่าภานุที่ซื่อซะจนดูเหมือนเซ่อจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ ร่างเล็กรีบลุกออกจากเก้าอี้
ไปไหนอ่ะ จะทิ้งผมเหรอ มือแกร่งรีบเอื้อมมือไปคว้า มือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มของร่างบอบบางที่กำลังจะเดินผละจากไป
ส่งสายตาหวานซึ้งให้กับร่างบางอย่างไม่รู้ตัว นี่ดีนะที่ใส่คอนแท็คไม่งั้น คงไม่ได้เห็นหรอกว่า ตอนนี้พี่ข้าวโพดทำหน้ายังไง ริมฝีปากบางของร่างเล็กตรงหน้าขบเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ใบหน้าหวานซึ้งนั้น แดงซ่าน
น่ารัก........ น่ารักจนบอกไม่ถูก
ไม่ ไม่ได้ทิ้งหรอกน่ะ ข้า ข้าจะไปจะไปล้างชามแล้ว เสียงหวานตะกุกตะกัก ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มไหล่ซ่านผ่านมาที่มือที่ชายหนุ่มเกาะกุมไว้ ร่างเล็กรีบแกะมือของชายหนุ่มออก กลัวว่าเขาจะเห็นท่าทางของตัวเองในขณะนี้ คงเห็นไม่ชัดหรอกนะร่างเล็กนึกปลอบใจตัวเอง เวลานี้ร่างงามไม่อยากให้ภานุได้เห็นว่าใบหน้าสวยหวานนั้นทำหน้ายังไง ก็ภานุน่ะ สายตาสั้นมากขนาดนั้น จะมองเห็นได้ยังไงล่ะ
จริงนะ ภานุแกล้งตีหน้าเศร้า แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากมือเล็ก ๆ นั้น
เออ......ปล่อยได้หรือยังวะ ร่างเล็กบิดข้อมือไปมา ไอ้บ้านี่ขนาดไม่สบายอยู่แต่แรงเยอะจริง ๆ
ภานุยอมปล่อยมือแต่โดยดี เขามองพี่ข้าวโพดที่เดินหน้างอง้ำออกไป แล้วแอบลอบยิ้มกับตัวเองอย่างพอใจ
ร่างสูงเอนหลังลงนอนกับฟูก ใช้สองมือประสานกันไว้ใต้ท้ายทอยแทนหมอน
ข้าวอะไรเนี่ยไม่กินแล้ว รู้สึกอิ่มจังเลย
อิ่มใจเว้ยยยยยยย มันอิ่มใจ ภานุตะโกนบอกกับตัวเองในใจ
*************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 6
"ไอ้เวรหนุ่ม เห็นดีด้วยหน่อย ชักเหลิง แม่งเอ้ย
อยู่คนเดียวไปเลยเอ็ง" ร่างบางบ่นหงุดหงิด
พักนี้ตั้งแต่ไอ้เรื่องที่เกิดขึ้นที่โต๊ะข้างสนามแล้ว
ร่างบางก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับภานุขึ้นมา
"เอ็งทำอะไรวะ จะแกล้งข้ากลับหรือไง ฝีมือมันคนละชั้นกันเว้ย " ร่างเล็กหน้างอง้ำ มือบางกุมอยู่ที่หน้าอก หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เอาอีกแล้ว พักนี้เป็นบ่อยเว้ย สงสัยต้องไปหาหมอตรวจหน่อยแล้วมั้งว่าเป็นอะไร
********************
"ข้ากลับบ้านแล้วนะ ถ้าเอ็งใกล้ตายเมื่อไหร่ค่อยโทรไปหาข้าก็แล้วกัน" หลังจากที่จัดการทำความสะอาดในครัวเรียบร้อยร่างเล็กก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ยกเป้สะพายที่หลัง ก่อนจะเดินเข้าไปบอกรุ่นน้องหน้าซื่อที่นอนมองร่างบางนั้นตาแป๋ว
"ฮ้า...กลับเหรอ ผมป่วยนะพี่ กลับแล้วผมจะทำไงอ่ะ" ร่างสูงร้องเสียงหลง ลุกขึ้นนั่งทันที อะไรเนี่ยกะว่าจะแกล้งป่วยสักสองสามวัน แก้แค้นให้พี่ข้าวโพดปฐมพยาบาลซะหน่อย นี่จะกลับจริงเหรอ ไม่ห่วงน้องรหัสที่กำลังแกล้งป่วยบ้างหรือไง
"ไอ้เวรหนุ่ม ข้ารู้เอ็งหายแล้ว อย่ามาทำอ้อน เดี๋ยวข้าเตะให้คว่ำ รับรองเอ็งจะหายเป็นปลิดทิ้ง" ร่างเล็กยืนเท้าสะเอวมองหน้ารุ่นน้องกวน ๆ
"ไปจริงเหรอพี่ข้าวโพด" ร่างสูงทะลึ่งพรวดยืนขึ้น
"เออ เอ็งนี่อย่าทำตัวน่ารำคาญหน่อยเลย เห็นข้าทำดีด้วยหน่อย ชักเหลิงนะเอ็ง" ร่างเล็กทำท่าจะผละจาก
"ไม่เอาน๊า" ภานุทำท่าจะวิ่งเข้าไปหาร่างบาง
แต่ไอ้ผ้าห่มก็ดันเจ้ากรรมติดขา จนร่างสูงนั้นกลิ้งล้มไม่เป็นท่า
"โครม" เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ที่ยิ่งกว่านั้น
คนร่างเล็กกว่านี่ต้องกลายเป็นคนโชคร้าย
โดนร่างสูงล้มทับเข้าให้เต็ม ๆ
"โอ้ยยยยยยยย" ร่างบางร้องลั่น
"พี่ข้าวโพด พี่เจ็บมั้ยพี่" ร่างสูงรีบหยัดตัวขึ้น ทำหน้าสำนึกผิด แต่ตอนนี้เขายังทับอยู่บนร่างบางของคนตัวเล็กกว่า
"ไอ้เวรหนุ่ม" ร่างเล็กตะโกนเสียงสูง
"เจ็บจะตายห่าแล้ว"
"ขอโทษพี่ผมขอโทษ" ร่างสูงเอื้อมมือไปคลำที่หัวของร่างบาง พยายามจะดูให้ได้ ว่าร่างเล็กนั้นบาดเจ็บตรงไหน
"เจ็บตรงไหนอ่ะพี่" มือแกร่งประคองแก้มใสไว้ ค้นหาร่องรอยบาดเจ็บของร่างเล็กตรงหน้า
ในชั่วขณะหนี่ง
ดวงตาสองคู่สอดประสานสบกันนิ่ง ต่างฝ่ายต่างหยุดพูด
ความรู้สึกแสนหวาน หลั่งไหลท่วมท้น
มือแกร่งประคองใบหน้าเนียนหวานนั้นไว้
ริมฝีปากร้อนรุ่มของภานุ ค่อยบรรจงแตะริมฝีปากของร่างบางนิ่ง ก่อนที่ปลายลิ้นร้อนรุ่มจะชำแรกผ่านเข้ามา
ร่างบางนิ่งสงบ ทุกส่วนของร่างกายเหมือนจะหยุดการทำงานลงไป
ริมฝีปากอิ่มงามเปิดรับปลายลิ้นของฝ่ายตรงข้ามอย่างอัตโนมัติ
ดวงตากลมโตปิดสนิท
นานแค่ไหนไม่มีใครรู้
ต่างฝ่ายต่างลองลิ้มชิมรสความหวานของฝ่ายตรงข้ามที่มอบให้
มือร้อนรุ่มควานเข้าภายใต้เสื้อเชิตสีขาว ลูบไล้เข้าหาผิวเขียวเนียนเรียบลื่นนั้น ก่อนจะลากผ่านขึ้นไปด้านบน
ในขณะที่ริมฝีปากร้อนรุ่มยังคงแนบสนิทอยู่กับริมฝีปากบางอิ่ม อย่างไม่มีทีท่าจะยุติง่าย ๆ
อะไร อะไร ดุเหมือนจะเตลิดไปใหญ่ ถ้าไม่มีเสียงของ.......
"ตุบ" เป้ที่ร่างบางสะพายหลังไว้หล่นลงข้างตัว
เรียกสติของทั้งสองร่างได้ทันที
ร่างเล็กสะดุ้ง.....พอกับที่ร่างสูงนั้นก็รู้สึกตัว
รีบผละออกจากกันทันที
"เอ่อ...พี่ข้าวโพด..คือ" ร่างสูงเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
เขาไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี เกิดมาไม่เคยทำบ้า ๆ อะไรกับใครอย่างนี้ ที่น่าตกใจยิ่งกว่า เขาชอบรสสัมผัสนี้ มันอิ่มล้น เต็มไปด้วยความรู้สึกพิเศษ
คล้ายกับว่าได้พบเจอกับสิ่งที่ตามหามานานแสนนาน
"หยุด...เอ็งไม่ต้องพูดอะไรแล้ว" ร่างเล็กหน้าแดงก่ำ ก้มหน้านิ่ง ครั้งแรกที่สนามข้างสระน้ำมันเป็นอุบัติเหตุ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ อะไรมันดลบันดาลให้ร่างบางทำอย่างนี้
"แต่ว่า..ผม" ภานุไม่รู้จะเอ่ยอะไรดี เขาผิด เขาผิดใช่มั้ยที่ทำอย่างนี้ แต่ว่าเมื่อกี้พี่ข้าวโพดก็ไม่ได้ขัดขืนแล้วก็ไม่ได้มีทีท่าต่อต้านต่อเขาเลยสักนิดนี่นา
"เรื่องนี้เอาไว้พูดกันวันหลัง...วันนี้ข้า..ข้ากลับก่อนล่ะ" ร่างเล็กลุกพรวด พราดรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันที
"พี่เดี๋ยวผมไปส่ง..เดี๋ยวก่อนพี่" ร่างสูงลุกขึ้นวิ่งตามร่างเล็ก เขาไม่เข้าใจหรอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันกันขึ้นเพราะอะไร เขาไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นล่ะ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องตามร่างเล็กนี้กลับมาก่อน
"ไอ้หนุ่ม..เอ็งไม่ต้องตามมานะ.."ร่างเล็กตะโกนไล่หลัง
"ถ้าเอ็งตามมาข้าจะไม่พูดกะเอ็งตลอดชาติ" ร่างเล็กตะโกนลั่น เพื่อให้ร่างสูงกว่าได้ยินชัดเจน
"พี่..แต่.แต่ว่า" ภานุยังคงตาม ประโยคที่ได้ยินทำให้เขาต้องหยุดคิด พี่ข้าวโพดกำลังโกรธมาก และกำลังสับสน
เหมือนกับเขา เขาเองก็กำลังสับสน เกิดอะไรขึ้นนะ เมื่อกี้นี้มัน....อะไรกัน ....ความรู้สึกอุ่นล้ำยังไม่จางหายจากริมฝีปากร้อนรุ่มของตัวเอง
"พี่ข้าวโพดผมขอโทษ" ภานุบอกตัวเอง เขาไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป รู้แต่ว่าตอนนั้น หัวใจมันต้องการ
สมองมันสั่งให้ทำ.....ตามความรู้สึกของหัวใจ
อะไรกัน.......นี่เขาเป็นอะไรกันแน่
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 7
ร่างเล็กบางวิ่งออกจากบ้านของภานุมา
อย่างกระทันหัน จะให้อธิบายกับภานุว่ายังไง มันไม่มีเหตุผลที่ทำแบบนั้นลงไป ร่างบางไม่มีหน้าไปพบภานุได้แล้ว น่าอาย น่าอายเหลือเกิน
แล้วนี่ชายหนุ่มจะคิดยังไง ไม่คิดว่าเขาเป็นไอ้พี่รหัสวิปริต ผิดเพศแน่ ๆ แล้วหรือ
เขาอาย ... ทั้งอายทั้งกลัว
หยาดน้ำตาคลอปริ่ม ก่อนที่ร่างเล็กจะใช้หลังมือปาดมันทิ้ง
ไม่อยากให้ภานุต้องมองอย่างนั้น มองว่าเขาเป็นแค่พวกวิปริตผิดเพศ ไม่อยากจะเจอภานุอีกแล้ว ไม่อยากเจอ
ร่างเล็กพยายามกลั้นเสียงสะอื้น กลั้นหยาดน้ำตา ร่างบางรีบเดินก้มหน้าก้มตาออกจากตรงนั้น
มีคนเดินสวนกับเขาและมองหน้า ว่าร่างบางเป็นอะไร แต่ตอนนี้ข้าวโพดไม่สนใจ
เขาอาย อายจนไม่มีหน้าจะไปพบกับใครไอ้อีกแล้ว
ภานุรีบเดินอย่างร้อนรน เพื่อไปที่โต๊ะข้างสระน้ำที่เดิม ที่ ๆ ที่เขามักจะพบกับร่างเล็กบางนั้นเสมอ
เขาอยากเจอพี่ข้าวโพดจนใจแทบขาด
นอนไม่หลับมาสองคืนแล้ว ทั้งเมื่อวานทั้งวันก่อนเขาก็พยายามเดินหาพี่เขาโพดไปซะจนทั่ว แต่ก็ได้รับคำตอบว่าเดินออกไปแล้ว
เดินออกไปเมื่อกี้ก่อนเขามา และอีกหลายคำตอบ
ดูเหมือนพี่ข้าวโพดจะหลบหน้าเขา ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา
ร่างเล็กนั้นจะรับรู้บ้างมั้ยว่าเขาร้อนรนขนาดนี้
เขาหาเหตุผลอะไรมาอธิบายไม่ได้กับตัวเองไม่ได้เลย
ว่าทำไมถึงร้อนรนอย่างนี้
รู้แต่ว่ามันคิดถึง
อยากเห็นหน้า อยากกอด อยากจูบเหมือนวันนั้น
เขาคงเป็นบ้าไปแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้เห็นหน้า
ร่างเล็กบางนั้นเขาคงคลั่งตายแน่ ๆ
"อ่ะ...ไอ้หนุ่มนี่หว่า .... น้องมึงมาโน่นแล้วไอ้โพด"
หนึ่งในกลุ่มชายล้วน บอกกับร่างบางเมื่อเหลือบสายตาเห็นร่างสูง ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เดินขยับแว่นตาหนาเกือบสามนิ้ว
เข้ามาใกล้
" กู...กูไปก่อนนะ" ร่างเล็กเตรียมวิ่งหนี
"พี่ครับ จับพี่ข้าวโพดให้ที...เขาจะหนีผมอีกแล้ว" ร่างสูงตะโกนขอความช่วยเหลือ
แต่ช้ากว่าร่างเล็กนั้นแล้ว แค่ได้ยินเสียงของภานุ ร่างบางก็ทำท่าจะอยู่นิ่งตรงนี้ไม่ได้ ร่างเล็กลุกออกวิ่งทันที
ต้องหนี เขาต้องหนี ภานุ ให้ได้ ต้องหนีก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน
****************************
หนีแค่ไหนก็จะตาม ต้องตามให้ได้
ร่างสูงวิ่งตามร่างเล็กนั้นทันที ไม่ได้หรอก
เขาต้องรีบขจัดความรู้สึกบ้า ๆ นี้ออกไปให้ได้
เขาอยากรู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรนักหนา
ทำไมถึงต้องคิดถึงร่างเล็ก ทำไมต้องอยากกอด ทำไมอยากจูบ เขาไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่าง
แต่ตอนนี้ ร่างเล็กบางวิ่งอยู่ตรงหน้า
ขอนิดเดียว แค่ได้เห็นใบหน้าสวยหวานนั้น
แค่แว่บเดียวก็ยังดี แค่นิดเดียว แล้วจะไม่ขออะไรอีก
"พี่ข้าวโพด อย่าหนีนะ" ร่างสูงวิ่งทันและคว้าแขนเล็กบางนั้นไว้ได้ ดึงให้ร่างเล็กเข้ามาใกล้ ๆ
ร่างเล็กโวยวาย ดิ้นรน พยายามจะแกะมือแกร่งของชายหนุ่มออก
"กล้าทำงี้กะรุ่นพี่เหรอ...ปล่อยนะเว้ย ไอ้หนุ่ม ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้" ร่างเล็กร้องโวยวาย
เรื่องอะไรจะปล่อยง่าย ๆ ไม่เอาหรอก ตามมาได้ตั้งขนาดนี้ อยากจะแกล้งอยากจะอะไรก็เอาเหอะ แต่ตอนนี้พูดกันก่อน
คุยกันก่อนสักนิดได้มั้ย
"พี่ข้าวโพดเป็นอะไร หลบหน้าผมทำไม ถ้าพี่หลบหน้าผมแล้วใครจะเซ็นสมุดให้ผมล่ะ" ภานุพยายามฉุดรั้งร่างเล็กนั้น แต่ไม่เป็นผลร่างเล็กยังคงดิ้น
"เซ็นสมุดเหรอ ... ได้ข้าเซ็นให้..เซ็นให้ข้ามปีเลย เอามา เซ็นแล้วอย่ามายุ่งกับข้าอีก" ร่างเล็กยอมหยุดนิ่ง เขามีค่ากับภานุแค่คนเซ็นสมุด แค่นี้เอง แค่นี้เอง จริง ๆ
ร่างเล็กตัวสั่น หยุดน้ำตาไม่ได้แล้ว มันสุดที่จะกลั้นต่อไปแล้ว
ร่างสูงตกใจ ยอมคลายมือออกแต่โดยดี เขาทำอะไรอีกแล้ว ทำอะไรร่างบางนี่อีกแล้วหรือเขาพูดอะไรไม่ถูกใจอีกแล้วหรือ
"พี่ข้าวโพด ร้องไห้ทำไม " ชายหนุ่มเอ่ยถาม
ไม่อยากเห็นเลย ไม่อยากเห็นพี่ข้าวโพดร้องไห้ หรือว่าเขาทำอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจอีก
ร่างบางยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา นิ่งเงียบไม่ยอมพูด จะให้พูดได้ยังไง เขาไม่มีอะไรจะพูดหรอก แค่นี้ภานุเองก็คงดูถูกเขามากมายแล้ว
"ไหนบอกสิ คนดี....ร้องไห้ทำไม" มือแกร่งบรรจงเกลี่ยน้ำตาที่ข้างแก้มให้คนตัวเล็กว่า
ใบหน้าเนียนสวยสะบัดหนี ไม่อยากเห็นหน้าภานุแล้ว ไม่เอา
"บอกสิ..โกรธอะไรหนุ่ม..แล้วหนุ่มจะไปปรับปรุงตัวเอง... จะไม่ทำให้ร้องไห้อีก..นะ" ร่างสูงเอ่ยเสียงแผ่ว เขาใจไม่ดีเลย ที่พี่ข้าวโพดไม่ยอมมองหน้า เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่แบบนี้ มีแต่เสียงสะอื้นเบา ๆ ของร่างเล็กตรงหน้าเท่านั้น
"โกรธอะไร...บอกหน่อยสิ เห็นอย่างนี้แล้วใจไม่ดีเลยนะ" มือเรียวยาวเชยคางมนเนียนสวยให้เงยหน้าขึ้น เพื่อจะได้เช็ดน้ำตาให้สะดวก
"เอางี้นะ..วันนี้หนุ่มให้พี่ข้าวโพดแกล้งได้หนึ่งวัน..แกล้งอะไรก็ได้นะ...จะเตะก็ได้
จะต่อยก็ได้นะ...ดีมั้ย" มือแกร่งเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนหวานนั้น ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนนุ่มละมุนให้
ไม่มีเสียงตอบจากริมฝีปากอิ่มงาม
ใบหน้าหวานงอง้ำ....เขาไม่อยากพูด
ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้นแหละ
มือเรียวสวยเอื้อมมือไปจับมือเล็กบางนั้น
ขึ้นให้ตีที่ใบหน้าตัวเอง
"หนุ่มมันไม่ดีเองนะ ตีเลย นี่ นี่ ตีเลย จะได้หายแค้นนะ" ชายหนุ่มใช้มือเล็ก ๆ นั้นตบที่ใบหน้าตัวเองเบา ๆ เป็นการลงโทษ
"ไอ้บ้า เล่นบ้า อะไร ไม่เอาแล้ว" ร่างบางยอมเอ่ยพูด รับชักมือกลับทันที
เป็นเหตุให้ร่างสูงยิ้มกว้าง ยอมพูดแล้ว
อย่างน้อย ก็ยอมพูดแล้ว ร่างเล็กหันหน้าหนีก่อนจะออกเดิน
"อ้าวแล้วไม่เซ็นสมุดเหรอ แล้วจะมีส่งได้ไง ไหนว่าจะเซ็นข้ามปีเลยไงล่ะ" ร่างสูงเดินตาม
ล้อเลียนอีกฝ่าย เขายิ้ม พี่ข้าวโพดน่ารักขึ้นทุกวัน ทุกวัน
"อยากได้มาเอาเอง ใครจะเซ็นให้กันวะ" ใบหน้าหวานลอบยิ้มก่อนจะก้าวท้าวยาว ๆ วิ่งหนีอีกฝ่าย ยังไม่ได้หายโกรธหรอกนะ
แต่ว่า จะให้ยอมคุยด้วยตรง ๆ คงยังไม่ได้หรอกนะ ไม่รู้สิ ก็มันอายนี่นา
********************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 8
พี่ข้าวโพดจ๋า....หนุ่มรักพี่ข้าวโพดนะ..เป็นของหนุ่มนะ ร่างสูงเอ่ยเสียงแผ่วเบา ลมหายใจหอบกระเส่าเป่ารดที่ซอกคอบอบบางภายใต้ร่างหนานั้น
อื้อออออ ร่างเล็กงามขาวนวลที่อยู่ภายใต้ร่างสูง ส่งยิ้มหวานฉ่ำ ยินยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายหนุ่มมอบให้ ดวงตากลมโตแสนหวานหรี่ปรือ
ยั่วยวนน่ารักที่สุดแล้ว สำหรับชายหนุ่มในเวลานี้
ร่างหนาเปลือยเปล่าอิงแอบแนบสนิทกับร่างบาง ขาวเนียนน่าสัมผัส
ลำแขนเรียวเล็กโอบกอดแผ่นหลังกว้างแข็งแกร่งของชายหนุ่ม เสียงใสครางกระเส่า
เมื่อริมฝีปากรุมร้อนแตะแต้มเบา ๆ ที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ก่อนจะสัมผัสแผ่วหวานระเรื่อยมาที่ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดคู่งาม ที่เปิดปากรอรับความหวานจากอีกฝ่าย ปลายลิ้นร้อนรนพัวพันแนบแน่น ริมฝีปากอิ่มร้อนสัมผัสซ้ำ เหมือนย้ำความเป็นเจ้าของอยู่ในที ก่อนจะลากผ่านลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น กดริมฝีปากเน้นย้ำฝากร่องรอยไว้
และลากผ่านมาที่ไหล่บางอย่างนุ่มนวล ก่อนจะมาบรรจบที่แผ่นอกบางเนียนขาวเรียบลื่นนั้น
อื้ออออออ แผ่นอกเนียนขาว แอ่นหยัดรับสัมผัสจากชายหนุ่ม เสียงหวานครางแผ่ว ความรู้สึกถูกปลุกเร้ารุนแรง
พี่ข้าวโพดจ๋า พี่ข้าวโพด ริมฝีปากร้อนรุ่มเสียงแตกพร่า อยากจะมอบรสสัมผัสแผ่วหวานนี้ให้กับร่างบางจนแทบจะทนไม่ไหว
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่น บ่งบอกเวลา 6 โมงเช้า
ตุบ ร่างสูงหล่นลงที่ข้างเตียงเสียงดังสนั่น ก่อนที่ดวงตาคมจะงัวเงียตื่นขึ้น โอ้ย...แม่งเอ้ยดันตกเตียงซะได้
บ้าเอ้ย ............. กำลังฝันดีเลย .......... ไอ้นาฬิกาเวร ภานุตาขวางมองนาฬิกาบนหัวเตียงที่ยังส่งเสียงดังลั่นไม่หยุด
หงุดหงิดเว้ย
มือแกร่งทุบเข้าที่นาฬิกาบนหัวเตียงก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างหัวเสีย
อ้าววววววว เวรแล้ว เลอะเลย โอ้ย...อะไรนักหนาวะเช้านี้ ชายหนุ่มเปิดดูภายใต้กางเกงนอนขาสั้นของตัวเอง
ที่เลอะเทอะไปด้วยของเหลวขุ่นขาว บ้าเอ้ย .......... เอาพี่ข้าวโพดไปจินตนาการแล้วมาฝันเปียก
เรานี่มันท่าจะบ้าไปแล้วแน่เลยเนี่ย โอ้ยยยยยยยย ภานุเกาหัวแกรก ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำทำความสะอาดร่างกายตัวเอง
********************************
มึงดูไอ้หมอนั่นดิวะ แม่งขนาดกูเป็นผู้ชายกูยังว่าหล่อเลยว่ะ ตัวสูงชิบหาย หนึ่งในกลุ่มชายล้วนที่นั่งอยู่ข้างสระน้ำ
หันไปวิพากษ์วิจารย์ร่างสูงของใครคนหนึ่ง ที่กำลังเดินอยู่ตรงทางเดินเข้ามหาวิทยาลัย
คณะเราเหรอวะ...ไอ้ห่า..หน้าตาดีเว้ย..กูไม่ยักกะเคยเห็นว่ะ อีกคนที่นั่งด้วยกันยังคงวิจารย์ต่อ
ตั้งแต่เช้าแล้วภานุรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ทำไมทุกคนเอาแต่มองเขาเป็นตาเดียว แถมยังซุบซิบ ซุบซิบกันอีก
เขาต้องประหลาดมากแน่ ๆ เลย วันนี้
ไม่น่าเลย เมื่อวานไปให้ช่างตัดผมให้ บอกว่าเอาทรงเดิม แต่เจ้าของร้านพยายามแนะนำว่ามันเชย มันไม่อินเทรน ไอ้ตัวเขาเองนาน ๆ ทีก็อยากอินเทรนมั่งเหมือนกัน
แต่ไอ้อินเทรนเนี่ยมันเป็นแบบไหนหว่า โดนช่างยุมาก ๆ เข้าก็ยอมตัดผมตามที่ช่างอยากจะตัดให้ แถมยังไปย้อมผมเป็นสีน้ำตาลอีกต่างหาก เขานี่ท่าจะบ้าไปแล้ว
เลยกลายเป็นตัวประหลาดไปซะได้ ไอ้ผมยุ่ง ๆ เนี่ยมันเท่ห์ตรงไหนกันวะ แถมหัวยังเป็นสีน้ำตาลอีก ผิดระเบียบเห็น ๆ แถมเสียเงินไปแล้ว จะขอให้ทำให้เหมือนเดิมก็ไม่ได้
ตอนเดินออกจากร้าน ผู้หญิงที่เดินผ่านก็ยังมอง แถมส่งสายตาแปลก ๆ ให้อีก
เมื่อเช้าตกเตียงแว่นที่ใส่มาขาพับไปหนึ่งข้าง ต้องเอาไอ้คอนแท็คที่ใส่แล้วเคืองตานั้นมาใส่สำรองไปก่อน
โอ้ยยยยยยยยย อะไรมันจะซวยขนาดนี้วะ
ภานุเอาแต่เดินก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองหน้าใคร วันนี้ต้องรีบ ๆ เรียนแล้วกลับบ้านเร็ว ๆ ขืนอยู่เป็นตัวประหลาดให้คนวิจารย์อย่างนี้เห็นท่าจะไม่ไหว
ร่างเล็ก ๆ ที่เดินห่างเขาออกไป ไม่กี่ก้าว
พี่ข้าวโพดนี่หว่า เออดี เจอพอดีเลย เอาสมุดให้เซ็นก่อนดีกว่า จะได้รับกลับบ้านเลย
ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ เข้าไปหาร่างเล็กที่เดินอยู่ข้างหน้า
พี่ พี่ พี่ข้าวโพด ร่างสูงตะโกนเรียกร่างบาง
ร่างเล็กจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงใคร แต่เมื่อหันกลับมาก็ไม่เห็นภานุ แต่แล้วดวงตากลมโตก็ต้องตะลึงค้างอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มร่างสูง นัยย์ตาคมหวาน ผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มรับกับใบหน้าคมนั้นอย่างไม่น่าเชื่อ โหย แม่งหล่อว่ะ อะไรมันจะหล่อขนาดนี้เนี่ย
ครับ.... เรียกผมเหรอ ร่างเล็กนิ่งมอง เคยไปรู้จักกันด้วยเหรอเนี่ย
ใบหน้าคม หล่อเหลานั้นทำหน้างง เอ่อ ทำไมพี่ข้าวโพดมองเขาแปลก ๆ วะ แถมพูดซะเพราะเชียว มามุกไหนวะเนี่ย
สงสัยมุกแกล้งแบบใหม่
เห็นหน้าพี่ข้าวโพดแล้วก็อดอายไม่ได้ เมื่อเช้านี้เขาดันเอาพี่ข้าวโพดหวาน เอ้ย พี่ข้าวโพดหน้าหวานไปจินตนาการบ้า ๆ ซะเละเทะเลย นี่พี่ข้าวโพดรู้เข้าคงจะกระโดดเตะเขาไม่ยั้งเป็นแน่แท้
แหม...มุกไหนพี่จะแกล้งไรอีกเนี่ย..ผมหนุ่มไงพี่...จะเล่นมุกความจำเสื่อมเหรอ ริมฝีปากอิ่มสวยของชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มสดใส เมื่อกี้ว่าทำหน้าเฉยหล่อแล้วนะ แต่เวลายิ้มเนี่ย โหยยยยยยยยย สุดยอด
หา หนุ่ม ไอ้หนุ่ม ไอ้ภานุเหรอ ตากลมโตเบิกกว้าง ไม่จริงน่ะ พูดเล่นใช่มั้ยเนี่ย ไอ้หนุ่มเนี่ย มันตัดผมหน้าม้า หน้ามันจะเอ๋อ ๆ เแถมแว่นมันเนี่ยต้องหนา 3 นิ้วถึงจะเป็นตัวจริง แต่นี่ นี่มัน....เฮ้ยยยยยยยย
เอ่อ เหรอ คือมีธุระอะไรกับข้า เอ้ย...ผมเหรอครับไอ้หนุ่ม..เอ้ย คุณหนุ่ม ข้าวโพดพยายามตั้งสติ ตอนนี้คิดมุกไม่ออกอ่ะ จะเล่นมุกไหนดี
พี่ข้าวโพด อย่ามองผมแปลก ๆ ดิ วันนี้ผมโดนมองทั้งวันแล้ว อายจะแย่แล้วเนี่ย ภานุเกาหัวแกรก ๆ บุคลิกเดิมท่าเดิมของภานุปราฏชัดเจน มือเรียวหยิบสมุดเล่มเล็กออกมายื่นให้
พี่ข้าวโพดขอร้องเหอะนะ วันนี้อย่าเพิ่งวิ่งหนีเลย เซ็นให้ผมเหอะนะ ถ้าขืนให้ผมไปวิ่งรอบมหาลัยอีกเนี่ย วันนี้ผมคงไม่ไหวแน่ อายจริง ๆ ใบหน้าคมเข้มนั้นส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับร่างบาง ส่งสายตาออดอ้อนอยู่ในที ขอความเห็นใจจากร่างเล็กบางตรงหน้า
มือเล็กบางของข้าวโพด รับสมุดเล่มเล็กมาไว้ในมือ ก่อนจะเซ็นชื่อตัวเองพร้อมกับลงวันที่ และส่งสมุดคืนให้กับร่างสูงตรงหน้า อย่างว่าง่าย
วันนี้ไม่กล้าแกล้งภานุเลยจริง ๆ
แต่ว่านะ เงาะเนี่ยถอดรูปกลายเป็นพระสังข์ได้จริง ๆ ด้วยเว้ย ข้าวโพดอึ้งสนิท แม้แต่หน้าของภานุ ตอนนี้ร่างบางก็ไม่กล้าที่จะมอง เมื่อเทียบกับภานุตอนนี้แล้ว เขากลายเป็นแค่ไอ้บ้าหน้าตาธรรมดาพื้น ๆ ที่เทียบไม่ติดฝุ่นกับภานุเลย
**************************
ไปย้อมผมเป็นเพื่อนหน่อยสิพี่ ....มีแต่คนมองผมอายจะแย่แล้ว ภานุนั่งบ่นพึมพำ วันนี้พี่ข้าวโพดไม่ได้แกล้งเขาเหมือนทุกวัน เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเงียบ ๆ แถมไม่แกล้งวิ่งหนีด้วย พี่ข้าวโพดคงจะอายที่มีตัวประหลาดมานั่งข้าง ๆ แน่ เลย
ย้อมทำไม....แบบนี้ก็ดีออก ใบหน้าสวยหวาน เอ่ยพูดแต่ตาไม่ได้มองร่างสูงที่นั่งข้าง ๆ เลยสักนิด
ดีเหรอ...แต่ว่าทำไมคนมองกันแปลก ๆ อ่ะ ภานุยังบ่นไม่เลิก มือยังคงจับไปที่ศรีษะของตัวเอง
ข้าบอกว่าดีก็ดีสิ ร่างบางไม่อยากชมหรอกว่ามันดี ดีมากเลยล่ะ ดีจนน่าตกใจ จนไม่กล้าที่จะแกล้งเลยด้วย
แต่ไอ้ท่าทางเอ๋อ ๆ ของอีกฝ่ายเนี่ยมันไม่พัฒนาไปตามหน้าตาเลยเหรอ ยังมานัวเนียออดอ้อนอยู่ได้
อันที่จริง นับตั้งแต่วันที่เขา.......จูบ....กับชายหนุ่มไปนั้น ภานุก็ไม่ได้ถามอะไรให้ขัดเคืองใจ ยังทำหน้าระรื่นเป็นปกติได้ทุกวัน....เขาเองในช่วงแรกก็คิดแล้วก็กังวลมากอยู่ ... แต่พอนานๆไป ก็กลับเฉย ๆ
คงเป็นเพราะว่าร่างสูงไม่เคยพูดหรือทำอะไรให้อึดอัดใจเลยมั้ง
พี่ข้าวโพด....เราลองจูบกันอีกครั้งดีมั้ย ภานุหลุดปากพูด เขาว่าจะลืม ๆ ไปแล้ว แต่ว่ามันอดคาใจไม่ได้จริง ๆ
เวลามองหน้าพี่ข้าวโพดทีไร อดมองไปที่ริมฝีปากอิ่มหวานนั้นไม่ได้ อยากจะโน้มปากไปใกล้ ๆ แล้วจูบแรง ๆ ให้หายอยากแต่ก็ทำไม่ได้ กลัวพี่ข้าวโพดจะโกรธซะทุกที แล้วพักนี้ก็ดูพี่ข้าวโพดอารมณ์ดีซะด้วย ไม่ต่อยไม่วิ่งหนีเขามากเหมือนแต่ก่อน เฮ่อ .... เบาแรงไปเยอะ
ไอ้หนุ่ม..นี่เอ็ง มือเล็ก ปิดหนังสือที่อ่านทันที ก่อนจะมองหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง
จริงนะ..พี่ข้าวโพด..ผมเป็นอะไรไม่รู้..อยากเจอพี่ข้าวโพดทุกวันเลย ... นอนก็คิดถึงนั่งก็คิดถึง
ผมสารภาพตรง ๆ ก็ได้ว่าเวลามองหน้าพี่ทีไร ก็อยากจูบพี่ทุกที เป็นผู้ชายเหมือนกันมัน มันประหลาดใช่มั้ยพี่ ภานุทำหน้าสำนึกผิด แต่ว่านะ ถ้าไม่พูดกันตรง ๆ ก็ไม่มีทางเข้าใจหรอก เขายอมให้พี่ข้าวโพดโกรธแล้วก็ยอมให้เขกกะโหลกสักทีสองทีก็ได้ แต่อยากจะขจัดไอ้เรื่องค้างคาใจนี้เต็มที
ผมว่าพี่เองก็คาใจใช่มั้ยอ่ะ มันแปลกนะพี่ที่เราสองคนทำอย่างนั้น หรือว่าพี่เคยทำอย่างนั้นกับใครแล้วเฉย ๆ เหรอ คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่น เขารู้ว่าพี่ข้าวโพดต้องโกรธแน่ ๆ แต่มันไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วนี่
เอ็งจะเอาไงว่ามา ร่างเล็กเองก็เครียดพอกัน ตัวเขาเองก็มีอาการแปลก ๆ มาหลายวันแล้ว อยู่ใกล้คนอื่นไม่เป็นไร แต่จะใจเต้นแรงมาก ๆ เมื่ออยู่ใกล้กับภานุ
ไปหาหมอ หมอก็บอกอาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอบ้าอะไรล่ะ นอนวันปาละเข้าไปเกือบ 12 ชั่วโมงแล้ว
พิสูจน์กันเหอะพี่...ให้มันรู้แน่นอนกันไปเลย...ว่าเราเป็นอะไรกันแน่ ร่างสูงตรงหน้า มองหน้าหวานซึ้งนั้นตรง ๆ
พี่จะโกรธผมก็ได้ ...แต่ว่าให้มันชัดเจนกันเลยดีกว่า ใบหน้าคมนั้น เคร่งขรึมจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ร่างเล็กนิ่งคิด...บางทีก็อาจจะดีเหมือนกันให้มันรู้กันชัดเจนไปเลย จะได้หมด เรื่องกันซะที
เอ็งจะพิสูจน์ยังไง ร่างเล็กเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้า
เอางี้นะพี่คือว่านะ.... ภานุเอ่ยน้ำเสียงจริง จังก่อนจะบอกวิธีการพิสูจน์นั้นกับร่างบาง
***************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 9
ร่างสูง วางกระเป๋าเป้ลงที่โซฟา ก่อนจะรินน้ำเย็นส่งให้กับ ร่างบางตรงหน้า
ร่างเล็กมีสีหน้าแปลก ๆ เขาไม่รู้หรอกว่าวิธีนี้จะได้ผลมั้ย
แต่ว่าก็ดีซะกว่าปล่อยให้อะไรมันค้างคาใจ
และไม่เป็นอันกินอันนอนอยู่แบบนี้
ชายหนุ่มตกลงกับร่างบางโดยมีข้อแม้ว่า
จะไม่มีอะไรเกินเลยมากเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะรับได้
"กลัวมั้ยพี่" ร่างสูงหน้าเครียด นั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามร่างบาง วันนี้หน้าตาเขายิ่งประหลาด ๆ ไม่ปกติอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ข้าวโพดจะคิดยังไง
ร่างเล็กไม่ได้ตอบรับ เพียงแต่รับแก้วน้ำจากร่างสูงไปดิ่มเงียบ ๆ ภานุพาร่างบางนี้มาที่บ้านของชายหนุ่ม
เนื่องจากพ่อแม่ของภานุไม่อยู่หลายวัน
จึงเป็นโอกาสดีที่จะไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาล่วงรู้ถึงเรื่องราวแปลก ๆ นี้
"พี่ข้าวโพดพร้อมมั้ย" ร่างสูงเอ่ยถามกับร่างบางตรงหน้าอย่างชั่งใจ
และร่างบางก็พยักหน้ารับวางแก้วน้ำลงและก้าวช้า ๆ มานั่งอยู่ตรงหน้าของร่างสูง
กฎเกณฑ์ที่ตกลงกันคือ ต่างฝ่ายต่างสัมผัสกันและกัน คนละครั้ง และมีข้อแม้ว่าแต่ละฝ่ายต้องบอกความรู้สึกจริง ๆ ออกมาห้ามโกหกปิดบัง หากรู้สึกรังเกียจขึ้นมา ต้องบอกกับอีกฝ่ายให้รับรู้ ห้ามฝ่าฝืนเกินเลยกันอย่างเด็ดขาด ถ้าชอบให้เพียงแต่พยักหน้า
ร่างบางยินดีรับข้อเสนอนี้ เพราะอย่างน้อย เขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกันกับภานุ และก็เห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย หากข้อพิสูจน์นี้มันจะทำให้เรื่องคาใจต่าง ๆ ยุติลงได้
ร่างสูงและร่างบางมานั่งประจันหน้ากัน ภานุนั่งขัดสมาธิ ในขณะที่ร่างบางเองก็ทำเช่นเดียวกัน ดวงตาสองสองคู่สบตากันนิ่ง ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน
และเริ่มป้อนคำถามอีกฝ่ายคนละข้อ
"ผมเริ่มก่อนนะพี่" ภานุบอก ใจเขาเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำ มือแกร่งเอื้อมมือไปจับมือของอีกฝ่ายช้า ๆ
สัมผัสแนบแน่นกับมือของอีกฝ่าย ก่อนจะสบตากับร่างบาง
"รังเกียจมั้ย" ชายหนุ่มเอ่ยถาม คำตอบของร่างบางคือส่ายหน้า มันทำให้ชายหนุ่มใจชื้นขึ้นมา
เขาปล่อยมือร่างเล็กลง และมืออีกข้างของร่างบางก็เปลี่ยนมาเกาะกุมมือของชายหนุ่มไว้
"นายล่ะ" ร่างเล็กเอ่ยถามเสียงสั่น ๆ ดวงตาหวานซึ้งหรุบต่ำ
คำตอบของภานุคือส่ายหน้าเช่นเดียวกันกับร่างเล็กนั่น ร่างบางลอบถอนหายใจ อย่างโล่งใจ
มือทั้งสองข้าง ของร่างบางและร่างแกร่งหนายังคงประสานกันทั้งสองข้าง
ริมฝีปากร้อนรุ่มค่อยสัมผัสแตะที่หน้าผากมนเนียนสวย อย่างแผ่วเบา
ก่อนจะขอคำตอบจากร่างบาง ผลลัพธ์เหมือนกับข้อแรก
ในขณะที่ริมฝีปากบางของร่างเล็กตรงหน้าก็ค่อยแตะอย่างแผ่วเบา ที่หน้าผากของชายหนุ่มเช่นกัน
"ตอนนี้ล่ะ" ร่างเล็กเอ่ยถาม มือเล็กชื้นเหงื่อ รอฟังคำตอบจากอีกฝ่าย ภานุส่ายหน้า เขาชอบสัมผัสนี้ด้วยซ้ำ สัมผัสแผ่วหวานอ่อนโยนของร่างบาง
ร่างสูงจุมพิตแผ่วที่แก้มเนียนขาวผุดผ่องทั้งซ้ายขวา
ร่างเล็กไม่ได้ขัดขืน แต่กลับยอมรับสัมผัสนั้นเงียบ ๆ ก่อนที่ร่างบางจะหน้าแดงซ่านและสัมผัสตอบกลับชายหนุ่มเช่นกัน
ต่างฝ่ายต่างไม่รู้สึกรังเกียจสัมผัสของอีกฝ่าย มันนุ่มนวลอ่อนโยน อย่างไม่เคยได้สัมผัสจากใครมาก่อนในชีวิตนี้
ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ก้มหน้า ด้วยกันทั้งคู่
ร่างบางและร่างสูงหันหน้าเข้าหากัน มือแต่ละข้างของทั้งคู่กระชับกันแน่น
ริมฝีปากร้อนรุ่มของชายหนุ่มเป็นฝ่ายสัมผัสริมฝีปากบางแสนหวานของร่างเล็ก เขาไม่ได้ผละออกเหมือนเคย แต่ค่อยสอดปลายลิ้น เข้าหาอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากแสนหวานคู่งามไม่ได้ปฏิเสธ แต่ยอมรับปลายลิ้นร้อนรุ่มนั้นอย่างเต็มใจ ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างลืมข้อตกลงไปหมดสิ้น ใบห้น้าหวานซึ้งแดงซ่านหัวใจสั่นระทึก ร่างสูงใจเต้นไม่เป็นส่ำ ลมหายใจติดขัด เมื่อค่อยกระหวัดลิ้น พัวพันกับลิ้นนุ่มชื้นของร่างบาง ที่ตอบรับการสัมผัสอย่างร้อนรน
ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้สติ หัวใจสั่งการให้ร่างกายทำตามข้อเรียกร้องทั้งหมด ภานุค่อยช้อนร่างเล็กงามนุ่มนิ่มเข้าไว้ในวงแขน ก่อนจะอุ้มขึ้นและก้าวเดินเข้าห้องของตัวเอง
************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 10
ใบหน้าหวานแหงนเงยรอรับจุมพิตแสนหวานจากร่างแกร่งตรงหน้า
ริมฝีปากร้อนรุ่มเพียรจูบวนเวียนซ้ำ ๆ ที่ริมฝีปากอิ่มร้อนแดงเรื่อ
คนเล็กบางนุ่มนิ่มในอ้อมแขน อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ลำแขนเล็กโอบรัดรอบคอชายหนุ่ม
อย่างสิ้นเรี่ยวแรง
ไม่ว่าชายหนุ่มจะชักจูงไปทางไหน ร่างบางก็ตอบสนองแต่โดยดี
ทั้งภานุและข้าวโพดเองไม่รู้ว่ามาถึงเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ แผ่นหลังเล็กบางสัมผัสกับฟูกนิ่ม ๆ
แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่รู้ตัวเองเลยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนับจากนี้
กระดุมเม็ดเล็กถูกปลดออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สองร่างที่กอดรัดพัวพันกันยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลยสักนิด
ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ เสื้อผ้าที่เคยห่อหุ้มถูกปลดออก และโยนออกจากร่างกายอย่างไม่สนใจไยดี ทั้งเสื้อกางเกงถูกโยนไปคนละทิศละทาง
ร่างบางรู้สึกคล้ายเหมือนฝัน ใบหน้าคมซุกซบอยู่ที่ลำคอเล็กบาง
มือเล็ก ๆ ลากไล้ไปตามแนวสันหลังของชายหนุ่มอย่างลืมตัว
ร่างสูงเวียนวนกับริมฝีปากอิ่มงามปลายลิ้นสัมผัสกันอย่างเร่าร้อน เมื่อใบหน้าคมทำท่าจะผละออก
ก็ถูกลิ้นร้อนชื้นของอีกฝ่าย เกี่ยวกระหวัดแนบแน่น เหมือนไม่รู้จักอิ่มในรสชาติแสนหวานนั้น
ไม่ต้องมีคำพูดอื่นใด ร่างกายก็เหมือนกับรู้หน้าที่ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง มันเป็นไปตามธรรมชาติ เป็นไปตามครรลองที่กำหนดไว้ ไม่เคยต้องฝึก ไม่เคยต้องสอน แต่ร่างกายของทั้งสองที่เฝ้าเพียรกอดรัดผูกพันกันนั้น กลับทำได้อย่างไม่ขัดเขินไม่มีที่ติ
มือร้อนรุ่มของชายหนุ่มลากผ่านไปที่ไหล่เล็กเรียบลื่นอย่างร้อนรน สัมผัสตรงไหนก็ทิ้งความร้อนไว้ทุกที่
นิ้วแกร่ง สัมผัสที่จุดเล็ก ๆ สีชมพูที่แข็งขืนชูชันของร่างบาง อันเนื่องมาจากแรงปรารถนา ริมฝีปากร้อนผ่าวละจาก
ริมฝีปากคู่งามก่อนจะ ลากปลายลิ้นวนเข้าหาจุดเล็ก ๆ อีกข้าง ดูดดุนปลายลิ้นอย่างมัวเมาไม่ได้สติ ก่อนจะขบเม้ม
หยอกล้อเหมือนเป็นขนมรสชาติหอมหวานก็ไม่ปาน
อื้ออออออ ร่างบางบิดกายเร่า ดวงตากลมหรี่ปรือ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ริมฝีปากบางขบเม้มแน่นเข้าหากันด้วยแรงอารมย์ที่โหมกระหน่ำ
ร่างเล็กถูกปลุกเร้า ให้ความรู้สึกลุกโชน
มือใหญ่หนาลากเคลื่อนเวียนวนลงมาหาหน้าท้องแบนเรียบ ริมฝีปากร้อนรุ่มระเรื่อยไล่ตาม
อ่ะ ไม่ ไม่เอา ตรงนั้นไม่เอา ร่างเล็กหอบคราง มือเรียวงามผลักไสไหล่กว้างนั้นออก ให้หยุดการครอบครอง
ร่างสูงแหงนเงยใบหน้าขึ้น ส่งสายตาร้อนรุ่มสบตา ดวงตาหวานฉ่ำหรือปรือ กัดริมฝีปากตัวเองอย่างหักห้ามใจ
ลมหายใจอุ่นร้อนหอบหนัก ภานุเองก็ทนแทบไม่ไหว หากวันนี้ไม่ได้ครอบครองร่างกายนี้ เขาต้องเป็นบ้าตายแน่ ๆ
มือเล็กบางหยุดการผลักไส เมื่อสบกับดวงตาคมปลาบที่ระงับความรู้สึกอย่างสุดกลั้นของชายหนุ่ม
ร่างเล็กรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของร่างสูง หากหยุดตรงนี้ไม่เพียงแต่ภานุ แต่จะเป็นเขาเองที่จะทนไม่ไหว
ดวงตาคมที่ส่งมาเหมือนจะอ้อนวอนร้องขออยู่ในที
ก่อนที่ใบหน้าเนียนหวาน จะยอมพยักหน้าเชื่องช้า อ้อยอิ่ง ยินยอมตามที่สายตารุ่มร้อนวิงวอน
กลั้นใจข่มความรู้สึกอาย ยินยอมรับความรักที่ชายหนุ่มจะมอบให้
มือเรียวเล็กจิกทึ้งผ้าปูเตียง ระงับความรู้สึกร้อนรนที่แผ่ซ่านกัดกร่อนจิตใจ
มือหนึ่งขบกัดนิ้วเล็ก ๆ ของตัวเองแน่น เกรงว่าจะส่งเสียงครวญครางตามอารมณ์ที่น่าอายออกไป
ริมฝีปากร้อนครอบครองส่วนอ่อนไหว ไล้จากล่างขึ้นบน ดูดดุนอย่างย่ามใจ
อะ อ๊า เสียงหวานใส ครางลั่น แม้จะพยายามข่มอาการด้วยการกัดนิ้วของตัวเองไว้ก็ตาม
อือ ร่างเล็กส่งเสียงครางเครืออย่างสุดที่จะกลั้นต่อไปได้
เมื่อริมฝีปากร้อนเร่งเร้าความรู้สึก ด้วยความเร็ว ลิ้นร้อนรุ่มกระหวัดรัวกับส่วนอ่อนไหวแข็งขืนของร่างบางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ร่างเล็กกรีดร้องเมื่อความรู้สึกเสียวซ่าน ร้อนรุ่มแผ่ไปทั่วร่าง สิ่งที่อัดแน่นในร่างกายทั้งหลายทั้งมวลทะลักทลายออก
อย่างสุดที่จะกลั้น ใบหน้าหวานแหงนเงยหอบกระเส่า เอวบางแอ่นหยัด รับปลายลิ้นที่ดูดกินทุกหยาดหยดชีวิตของร่างกายตัวเอง
ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะปรับลมหายใจได้ทัน
ร่างบางก็รับรู้ได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย
อย่า...ไม่เอาเจ็บ ร่างเล็กนิ่วหน้าร้องขอ ร่างเล็กเนียนบางพยายามถอยหนีการรุกล้ำนั้น
อย่าเกร็งนะ...ผ่อนลมหายใจนะคนดี...หนุ่มไม่ทำอะไรรุนแรงนะพี่ข้าวโพด
ร่างสูงปลุกปลอบร่างบาง ริมฝีปากอุ่นร้อนกระซิบแผ่วที่ใบหูเล็ก เสียงหายใจหนัก ๆ ทำให้ร่างบางเริ่มกลัว
คนดี...เชื่อใจหนุ่มนะ ร่างสูงครางแผ่ว ปลอบโยนอีกฝ่ายด้วยความรัก
ดวงตากลมโตหลับลง
พยักหน้ารับ ตอนนี้ไม่ว่าร่างสูงนี้จะขออะไรเขาก็ยินยอมมอบให้ทุกอย่าง
ร่างบางคลายความรู้สึกหวาดกลัว ร่างกายยินยอมรับสัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งร้อน
ที่ล่วงล้ำเข้ามา
ริมฝีปากอุ่นนุ่มจูบซ้ำที่เรียวปากอิ่มงาม เหมือนจะดึงความสนใจจากร่างเล็กให้ห่างไกลความรู้สึกเจ็บปวดออกมา
อ๊า ร่างเล็กกรีดร้องลั่น ดวงตากลมโตคลอปริ่มด้วยหยาดน้ำตา ก่อนจะหลั่งรินรดลงที่ปลายเปลือกตาเรียวหวาน
เจ็บ เจ็บจะตายอยู่แล้ว ร่างเล็กร้องขอ เหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อสิ่งที่ใหญ่โตกว่าสอดแทรกเข้าหาในช่องทางเล็กแคบ อย่างรวดเร็ว
ร่างบางสะอื้นฮัก
กอดรัดร่างสูงที่แนบสนิทนั้นไว้
เด็กดีนะ...เจ็บนิดเดียว แค่นิดเดียวนะ ร่างสูงปลุกปลอบ เสียงแหบพร่าอ่อนโยน
ร่างบางไม่เคยรับความรู้สึกนี้จากใคร เป็นหน้าที่ของเขาแล้วที่จะจูงข้ามผ่านความรู้สึกเจ็บร้าวนี้ ไปสู่ความสุขสม
ร่างสูงหยุดนิ่งกับที่ ก่อนที่สะโพกแกร่งจะขยับเบา ๆ ค่อยให้ร่างกายของอีกฝ่ายยอมรับ อย่างเชื่องช้า
ดีขึ้นมั้ย..ไม่เจ็บแล้วนะ คำพูดหวานหูกระซิบแผ่ว ปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เขาอยากได้ อยากครอบครอง
หากจะให้หยุดตอนนี้ เขาบอกตรง ๆ ว่าทำไม่ได้แล้ว นอกจากจะปลอบโยนอีกฝ่ายให้ยอมรับความรู้สึกตัวเองเท่านั้น
ร่างแกร่งขยับช้าเนิ่นนาน
มือหนารุมร้อนกอบกุมส่วนอ่อนไหวด้านหน้า ของร่างบางให้ขยับตามการเคลื่อนไหวของร่างสูง
มืออีกข้างประคองโอบรัดร่างบางเข้าหาตัวแนบแน่น
ดูเหมือนร่างเล็กจะยินยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างของเขาแล้ว
สะโพกแกร่งเริ่มขยับจากช้าไปเร็ว และเร็วขึ้น เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เท่าใดไม่มีใครรู้
เมื่อสองร่างกอดรัดแนบแน่น
ข้าวโพดจ๋าข้าวโพดคนดี เสียงทุ้มแหบพร่า สั่นสะท้าน ความรู้สึกตึงรัดแนบแน่นของช่องทางคับแคบ
ทำให้เขารู้สึกใกล้จะทนไม่ไหว
จังหวะของร่างกายสอดประสานเร่งเร้า
ร่างเล็กครวญคราง อย่างสุดกลั้น
อื้อ....อื้อออออออออ๊า เสียงหวานใสกรีดร้อง เมื่อความรู้สึกอุ่นร้อนทะลักเข้าสู่ตัว
ส่วนอ่อนไหวของร่างบางถูกเร่งเร้าดึงรั้งอย่างแรง ก่อนที่ร่างบางจะปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหลายหลั่งรินออกมาอย่างสุดกลั้น
ร่างสูงทิ้งตัวลงหาร่างเล็กบางเบื้องล่าง
จูบเบา ๆ ที่ขยับชื้นเหงื่อ
ดวงตากลมหรี่ปรือเหม่อลอย
เมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกสุขล้ำที่ชีวิตนี้ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เรียวแขนเล็กบางยังโอบรัดร่างแกร่งเบื้องหน้าไม่ห่างตัว
ก่อนที่ความรู้สึกทุกอย่างจะดับวูบลง
**********************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 11
ร่างอุ่น ๆ ที่กอดกระชับถ่ายทอดความอบอุ่นให้ ทำให้ร่างบางต้องหันหลังกลับไปดู
ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านขึ้นมาทันที เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น
ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกโพลง ค่อยจับมือที่กอดกระชับออกจากเอวบางอย่างร้อนรน
ตื่นแล้วเหรอ เสียงคุ้นหูดังอยู่ใกล้ ๆ ในขณะที่ร่างแกร่งหนาเบื้องหลังยังไม่ลืมตาขึ้น
เขารู้ว่าข้าวโพดตื่นแล้ว ข้อพิสูจน์ที่เพิ่งได้รับคำตอบคงทำให้ร่างบางอ่อนเพลียได้ไม่น้อย
จากการที่มือเล็ก ๆ พยายาม แกะมือที่โอบรัดรอบเอวบางนั้นออกจากตัว กิริยาอาการเขินอายน่ารักทำให้เขาอยากจะกกกอดร่างเล็กนี้ไว้กับตัวทั้งวันทั้งคืน
ยังไม่สว่างเลย จะรีบลุกไปไหนอ่ะ ริมฝีปากร้อนรุ่มจูบหนัก ๆ ที่แก้มใส เนียนหวาน ที่บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงสด
จะ จะ จะกลับบ้านแล้ว เสียงหวานตะกุกตะกัก เบี่ยงหน้าออกห่างด้วยความเขินอาย
เมื่อวานนี้ไม่น่าตอบรับความรู้สึกที่ร่างสูงมอบให้เลย คิดแล้วก็อดแค้นใจตัวเองไม่ได้ ที่ยินยอมพร้อมใจไปง่าย ๆ อย่างนี้
น่ะ เดี๋ยวไปส่ง ห้ามดื้อสิ ข้าวโพด..อยากให้หนุ่มหิวข้าว...โพดขึ้นมาอีกรอบหรือไง ร่างหนากอดกระชับแน่น
หยอกล้ออีกฝ่ายที่นอนตัวแข็งทื่อ หน้าแดง
รักข้าวโพดนะ.... ร่างสูงพูดกระซิบข้างใบหูเล็ก ๆ ที่แดงก่ำนั้น จุมพิตแก้มขาวอย่างอดใจไม่ไหว
แปลกจังเขาไม่น่าจะโง่อยู่ตั้งนานเลย ไอ้ความรู้สึกนี้ เขาเองก็น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว ว่ามันคือความรัก
นี่ถ้าไม่ทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้ไป
ชาตินี้เขาจะรู้ตัวมั้ย ว่ารู้สึกอย่างไรกับร่างเล็กนี้ มัวโง่งมงายอยู่ได้ตั้งนาน
ไอ้ที่ยอมให้แกล้ง
ยอมวิ่งตามอยู่ได้ทุกวัน ทุกวัน แล้วรู้สึกดีเนี่ย ไม่เห็นมีที่ไหนในโลกปราฏเลย
แล้วที่สัมผัสจูบกอดแล้วรู้สึกดี กับผู้ชายด้วยกันเนี่ย ยิ่งไปกันใหญ่
เขาเองถ้าไม่รักก็คงไม่รู้สึกดีด้วยขนาดนี้หรอก
อายเหมือนกันที่กว่าจะรู้ตัวก็ต้องมานั่งพิสูจน์กันถึงขนาดนี้
อยากรู้จังว่าคำตอบที่ได้จะเหมือนกันมั้ย
ข้าวโพดล่ะ.......รักหนุ่มมั้ย ใบหน้าสวยหวานซบนิ่งอยู่กับอกของร่างสูง
อายจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า
ได้แต่ใช้ไหล่กว้างเป็นเกราะกำบังหลบซ่อน สายตาคมปลาบ ที่จับจ้องมาอย่างหวงแหนรักใคร่
ไม่ตอบ...สงสัยต้องพิสูจน์อีกรอบแล้วมั้ง ใบหน้าคมขี้เล่นฉายแวว แห่งความรักต่อร่างเล็กในอ้อมแขนอย่างเปี่ยมล้น
ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ ว่าร่างเล็ก ๆ ในอ้อมแขนคิดยังไง มีหรือที่คนอย่างพี่ข้าวโพด จะยอมให้เขากอดรัดล่วงเกินได้ขนาดนี้ง่าย ๆ
ถ้าไม่รักเขาเหมือนกัน
เพียงแต่คนตัวเล็กกว่านี้ความรู้สึกช้าเหมือน ๆ กับเขานั่นเอง
ไม่ ไม่ ไม่เอานะ แค่นี้ก็เจ็บจะแย่แล้ว มือเล็ก ๆ ผลักไสร่างสูงออกห่างตัว
ใบหน้าเนียนแดงก่ำ แค่นี้ก็จะตายแล้ว ขืนพิสูจน์กันอีกรอบ ได้ตายจริง ๆ แน่
งั้นตอบก่อนสิ...รักมั้ย ร่างสูงยังเพียรถามซ้ำ ๆ ที่ริมหูเล็ก ๆ นั้น
...................
ไม่ได้ยินเลย
เสียงหวาน ๆ แผ่วเบา ชายหนุ่มได้ยินชัด แต่อยากจะแกล้งกลับร่างเล็กอยู่เหมือนกัน
....................... เสียงหวานใสบอกซ้ำ
จ๋า....อะไรนะ ภานุยังคงยิ้มร่า แกล้งไม่ได้ยินอยู่อย่างนั้น
ก็บอกว่ารักไงเล่า เสียงหวานตะโกนลั่น อายจะตายอยู่แล้ว
ไอ้รุ่นน้องบ้านี่ยังมาถามเป็นเรื่องเล่น ๆ อยู่ได้
คิดผิดคิดถูกกันเนี่ย ที่ยินยอมให้ร่างสูงเร่งเร้ากอดจูบได้มากขนาดนี้
ไม่ปฏิเสธหรอกว่า บทรักของภานุทั้งนุ่มนวลอ่อนโยน และเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
จนอดนึกไม่ได้ว่าภานุเคยไปทำอย่างนี้กับใครหรือเปล่า
ใบหน้าหวานหลบตาดวงตาคมที่ไหวระริก และรอยยิ้มกระจ่างใส ของร่างที่กกกอดแนบแน่น
จะให้แกล้งพูดไปถึงไหนกันเนี่ย บ้าเอ้ย อายนะเว้ย
เพียงเท่านี้ ร่างสูงก็มั่นใจแล้ว ว่าร่างบางคิดยังไงกับเขา
แต่ที่ถามก็เพระอยากจะแกล้งหยอกล้อร่างบางบ้างเท่านั้นเอง
ไปอาบน้ำกัน
ร่างสูงช้อนร่างเล็กเปลือยเปล่าขึ้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้าวเดินเข้าห้องน้ำ
ไอ้หนุ่ม ไม่เอา ไม่เอา นะ อาบเองได้ ปล่อยโว้ย ร่างเล็กดิ้นรนรุนแรง จะลงจากอ้อมแขนแกร่งให้ได้
ภานุแกล้งทำท่าจะปล่อยมือ แต่มือเรียวเล็กนั้นคว้าหมับเกี่ยวกระหวัดรัดรอบคออย่างตกใจกลัวโดยอัตโนมัติ
ร่างสูงหัวเราะร่าที่แกล้งคนตรงหน้าได้ ก่อนจะส่งปลายจมูกจุมพิตหนัก ๆ ที่แก้มขาวใสสีเรื่อ
อ๊า...ปล่อยนะ.... ร่างบางยังดิ้นรนโวยวาย ก่อนที่จะเงียบสงบลงเมื่อก้าวข้ามผ่านประตูไป
************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 12
เดินไหวมั้ย... ภานุแทบจะประคองร่างเล็กบางของพี่รหัสของเขา
ที่บัดนี้ได้เปลี่ยนฐานะไปเป็นคนรักแล้ว ในเวลาชั่วข้ามคืน เดินไปที่โซฟาชั้นล่างของบ้าน
อะไร ๆ ก็ไม่มีความสุขเท่ากับได้อยู่ใกล้ ๆ พี่ข้าวโพด แค่ได้มองหน้า ได้กอดได้หอมนิดเดียวก็ยังดี
หนุ่มบอกแล้วให้ข้าวโพดนอนพักก่อนก็ไม่เชื่อ ร่างสูงเดินบ่นไปเรื่อย ระหว่างบันไดทางเดิน
โชคดีที่วันนี้เป็นเสาร์ ได้หยุดอยู่กับบ้าน หนึ่งวัน ไม่งั้นคงจะแย่แน่
ทั้งที่ใจจริงแล้วเขาก็อยากจะพิสูจน์อะไร ๆ ให้แน่ชัดอีกสักสามสี่รอบ
ก็แหมเขากลัวนี่ กลัวว่าพิสูจน์แล้วมันจะไม่ชัดเจน
ของแบบนี้มันน่าพิสูจน์กันทั้งวันทั้งคืนจริง ๆ
แต่เห็นสภาพของพี่ข้าวโพดแล้วคงไม่ไหว
ใบหน้าหวานซูบซีดอิดโรย
แต่ก็ดูเปล่งปลั่งผุดผาดน่ารักไปทั้งตัว
น่ารัก น่ารักมาก น่ารักกว่าทุกวัน จนแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว
หลังจากอาบน้ำด้วยกัน เขาเองก็ยอมรับว่ายังไงก็อดใจไม่ไหวจริง ๆ เผลอรังแกร่างเล็กนี่อีกจนได้
คืนทั้งคืน พี่ข้าวโพดแทบไม่มีเวลาหลับเวลานอน
ยิ่งเห็นหน้าแดง ๆ ที่เอาแต่หลบตาไม่โวยวายนิ่งเงียบอย่างกับลูกแมวแล้ว ก็ทำท่าจะอดไม่ได้
อยากจะทำอะไร...อะไรให้เลยเถิดอีกหลายรอบ
ใบหน้าหวานแดงเรื่อ เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่พูด ไม่โวยวายอะไรสักคำ
ปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียว
อยากกินข้าว..............จัง ใบหน้าคมกระซิบลงมาที่ข้างใบหูเล็ก ๆ นั้น
ลมหายใจหอบกระเส่าเหมือนแกล้งเว้นคำพูดนาน ๆ ที่มีความหมายสองแง่สองง่าม ให้อีกฝ่ายได้อายมากขึ้น
มือบางรีบยันตัวออกห่างจากร่างสูงทันทีโดยอัตโนมัติ
ไม่เอานะ........ไม่เอาแล้ว ใบหน้าหวานทำหน้าจะร้องไห้เสียให้ได้ เมื่อได้ยินประโยคนั้นของร่างสูง
ภานุที่ดูแสนจะใสซื่อ กลับร้อนแรงได้สุด ๆ เวลาอยู่บนเตียง จนร่างบางมึนไปหมด ไม่ทันได้ตั้งตัว
เขาเองก็บ้า ที่หวามไหวไปกับความรู้สึกเหล่านั้น ทุกครั้งที่ถูกชายหนุ่มปลุกเร้า
ให้ร่วมทำอะไรอย่างนั้นด้วยกัน ก็ไม่เคยขัดได้สักที
เมื่อคืนไม่ได้นับว่ากี่ครั้ง แต่ที่แน่ ๆ มันแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว
อะไรอ่ะ...หนุ่มบอกว่าหิวข้าว...ข้าวโพดลามก..คิดอะไรเนี่ย ดวงตาคมพราวระยับ แกล้งหยอกล้ออีกฝ่ายที่ทำท่าจะผละหนีเขาเสียแล้ว
ดูนะ.....ขนาดนี้แล้ว...ยังมีกะใจจะวิ่งหนีเขาอีก
ชีวิตนี้เขาไม่ต้องวิ่งไล่ตามข้าวโพดแสนหวานนี่ตลอดชาติเลยหรือไง
แต่ก็ดี วิ่งเก่ง ๆ อย่างนี้ได้ ก็แสดงว่ามีแรงแล้ว
เขาไม่คิดจะทำอะไรอีกหรอก แค่นี้ก็สงสารจะแย่อยู่แล้ว
เห็นร่างบางเดินกระโผลก กระเผลก อย่างกับคนไม่มีแรง ก็ยิ่งสงสารหนักขึ้นอีก
ฝีมือเขาล้วน ๆ เลยนะนั่น
บรืนนนนนนนนนนนนนนนนนน เสียงรถที่แล่นเข้ามาในบ้านก่อนจะจอดสนิทที่โรงรถ
ทำให้เขาต้องรีบไปเปิดหน้าต่างดู พ่อกับแม่เขากลับมาแล้วสินะ
ทิ้งลูกชายให้อยู่บ้านคนเดียว แล้วไปเที่ยวต่างจังหวัดหลายวันเลย ช่างเป็นพ่อแม่ที่รักลูกเสียจริง ๆ
ชายหนุ่มประคองร่างเล็กให้นั่งที่เก้าอี้ได้ ก็รีบบอก
พ่อแม่หนุ่มกลับมาแล้ว.....เดี๋ยวจะแนะนำข้าวโพดให้ท่านรู้จักนะ ร่างสูงยิ้มหวาน บอกกับร่างเล็กตรงหน้า
เดี๋ยวจะบอกว่าพาลูกสะใภ้มาให้รู้จักดีมั้ย ใบหน้าคมเปี่ยมสุข
อย่าเล่นอะไรบ้า ๆ นะ ร่างเล็กมองร่างสูงตรงหน้าตาขวาง คิดจะทำอะไรกันน่ะ
เล่นอะไร....ข้าวโพดนึกว่าหนุ่มจะเล่นจริง ๆ เหรอ ...หนุ่มพูดจริงนะ ใบหน้าคมบ่งบอกความรู้สึกจริงจังชัดเจน
ก่อนจะเอื้อมมือไปกระชับมือเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายไว้
ข้าวโพดไม่เชื่อหรือไง .........หนุ่มรักใครก็รักจริง...ทำอะไรลงไปก็ต้องรับผิดชอบ..แล้วพ่อแม่ก็น่าจะเข้าใจด้วย
ใบหน้าคมสงบนิ่ง เขาจะทำตามที่พูดจริง ๆ พี่ข้าวโพดจะกลัวอะไรกัน
หรือว่า.....หรือว่าไม่รักเขาจริง ๆ งั้นเหรอ
แม่กลับมาแล้ววววววววววววววว หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม เดินเข้าบ้านมาพร้อมกับของพะรุงพะรังในมือ
ยิ้มร่าเดินเข้าหาร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โซฟา ก่อนจะชะงัก
นี่ใครเหรอหนุ่ม คนที่ร่างบางเดาเอาว่าน่าจะเป็นแม่ของภานุ ทักทายลูกชายของตัวเอง ก่อนที่จะมองที่ร่างเล็ก
ที่นั่งเรียบร้อย เกินกว่าปกติ
แม่ของภานุมองร่างเล็กบาง ตาขวาง ไม่บ่งบอกว่ากำลังคิดอะไร
อ๋อ.............ผมจะแนะนำให้แม่รู้จักครับ ร่างสูงยิ้มเอาใจ ก่อนจะโอบไหล่ไปรอบ ๆ คนตัวเล็กกว่า
แล้วบอกกับมารดาของตัวเอง
นี่ข้าวโพดครับแม่ ข้าวโพดเป็น..........................................
*********************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 13
สวัสดีครับ ผมเป็นพี่รหัสของภานุน่ะครับ...พอดีวันนี้มาเอาเอกสารเดี๋ยวก็ว่าจะกลับแล้วครับ
ร่างเล็กพนมมือไหว้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า และชิงตอบคำถามก่อนอย่างรวดเร็ว เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครรับได้หรอก แม้แต่ตัวเขาเอง ทั้งที่รู้ว่าทำอย่างนี้มันผิดแต่ก็ยังทำลงไปได้
คงไม่มีผู้ใหญ่คนไหนชอบหรอกถ้าจะให้ลูกชายตัวเองมามีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับผู้ชายด้วยกัน
เรื่องอย่างนี้จะไปบอกกับใครเขาได้ มีแต่คนจะรังเกียจ
ร่างสูงหันกลับไปมองร่างเล็กด้านข้าง ที่หน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
พี่ข้าวโพดกลัวแน่ ๆ กลัวว่าเขาจะพูดอะไรไม่ดีออกไป
พ่อออออออออ พ่อมาดูเร็ว นี่ นี่ พ่อ หลังจากพิจารณาร่างบางตรงหน้าอยู่นาน
แม่ของภานุก็ตะโกนร้องเรียกให้สามีมาหา
เธอยังคงจ้องมองข้าวโพดไปมา เหมือนเป็นของประหลาด
ถ้าความคิดของข้าวโพดไม่ผิดไป แม่ของภานุคงไม่ค่อยชอบหน้าเขาแน่ ก็ดูสิเธอเล่นจ้องเอา จ้องเอา ขนาดนั้น
ข้าวโพดไงพ่อ......ข้าวโพด เธอยังคงส่งเสียงดังลั่น
อะไรกันล่ะแม่....ข้าวโพดอะไร ชายวัยกลางคนรีบเดินเข้ามาหาแม่ของภานุ อย่างรวดเร็ว
เออเว้ย......เจ้าข้าวโพดจริงเหรอเนี่ย พ่อของภานุก็อีกคน ชายผู้นั้นมายืนอยู่กับแม่ของภานุ
และส่งยิ้มอ่อนโยนให้ ก่อนจะทำเหมือนแม่ของภานุคือมองแล้วมองอีก มองซ้ำ ๆ เหมือนพิจารณาอะไรสักอย่าง
สะ...สะ..สวัสดีครับ.. ร่างเล็กพนมมือไหว้ก่อนจะเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พ่อของภานุก็อีกคน
ทำไมถึงได้มองเขาอย่างนั้นล่ะ
น่ารักจริงเลยพ่อขนาดแม่เห็นไม่ค่อยชัดนะเนี่ย.....ไหน...ไหน..แว่นแม่อยู่ไหน แม่ของภานุคว้าแว่นตาที่คล้องอยู่ที่คอขึ้นมาสวม และส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับร่างบาง
แหมผิวข๊าว ขาว หน้าตามันน่ารักถูกใจแม่จริง ๆ แหม.....ไอ้ลูกเวรนี่มันเอาแต่พร่ำเพ้อให้แม่ฟังบ่อย..ๆ...ว่า
ข้าวโพดน่ารักอย่างนั้นสวยอย่างนี้ แม่ของภานุนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามและเอ่ยชมเขาไม่ขาดปาก
เอ๊ะ........ ร่างเล็กงงงันกับปฏิกิริยาของแม่ของภานุ ไม่ได้เกลียดเขาหรอกเหรอ แล้วยัง.........
เหลือบหันไปมองไอ้คนข้าง ๆ ก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แม่เอง..ก็อยากจะเห็นตัวจริง...บอกให้พามาให้เจอมันก็บอกว่าไม่กล้า...ข้าวโพดยังเกลียดมันอยู่ แม่ของภานุยังคง
พูดเรื่อย ๆ และค้นหาของในถุงพลาสติกใบใหญ่
แม่ล่ะก็...ไม่รักษาหน้าลูกตัวเองเลยอ่ะ ภานุส่งยิ้มหวานหยดให้กับร่างบางที่นั่งหน้าเอ๋ออยู่ข้าง ๆ
บ้านนี้มันอะไรกันวะเนี่ย
ข้าวโพดชอบกินขนมหม้อแกงมั้ย...แม่ซื้อมาฝาก..ว่าจะให้เจ้าหนุ่มมันเอาไปให้ที่โรงเรียนก็พอดีได้เจอตัวซะก่อน
มืออวบอูมขาวโพลนของเธอหยิบถุงกระดาษใส่ขนมหม้อแกง ที่เป็นของฝากจากต่างจังหวัดยื่นให้กับร่างบาง
ข้าวโพดปรับกิริยาอาการไม่ถูกไม่รู้จะยิ้มหรือว่าจะทำหน้ายังไงดี ได้แต่พนมมือไหว้ขอบคุณ และส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับไป
เออ...ดี...ดี..เอาให้ไปสองถาดสิแม่..ให้เขาเอาไปฝากที่บ้านด้วย พ่อของภานุนั่งลงข้าง ๆ แม่ของภานุและส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับร่างบาง
ว่าแต่ตกลงเป็นแฟนกับไอ้หนุ่มมันรึยังเนี่ย แม่ของชายหนุ่มยังคงสาละวนกับห่อของตรงหน้าแต่ปากก็ถาม
หา...เป็นแฟน..ผะ..ผะผมเป็นผู้ชายนะครับ ร่างเล็กอ้าปากค้าง ตกใจกับคำถามของแม่ภานุอยู่มาก
เขาจะตอบอย่างไรดี เป็นหรือไม่เป็น หรือยังไงดี
ก็ไอ้เจ้าเนี่ย...มันชอบข้าวโพดอยู่แน่ ๆ ล่ะลูกเอ้ย...ข้าวโพดรังเกียจมันรึเปล่าล่ะ
บางทีมันก็บ้า ๆ หน่อย...แต่มันก็เป็นคนดีนะ..ถ้าข้าวโพดไม่รังเกียจมันว่ามันเป็นผู้ชายเหมือนกัน...แม่ก็ดีใจ
เธอช่วยสนับสนุนและเชียร์ลูกชายอีกแรง
สำหรับพ่อแม่แล้ว ภานุเป็นลูกชายที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง ไม่เคยทำเรื่องให้พ่อแม่ปวดหัว ตั้งใจเรียนเป็นเด็กดีมาตลอด
แต่ก็เริ่มมาแปลกไป...ตอนเข้ามหาวิทยาลัย กลับบ้านทีไรก็มีเรื่องของพี่รหัส มาเล่าให้พ่อแม่ฟัง
อยู่เสมอ และแม่ของชายหนุ่มก็ดูออกว่าภานุต้องหลงรักเด็กคนนี้เป็นแน่แท้แล้ว แต่ไม่อยากให้ลูกชายต้องเสียใจ
ที่พ่อแม่รับไม่ได้ กับเรื่องอย่างนี้ มันออกจะทำใจยากอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อภานุไม่ทำตัวเสียหาย
และยังคงตั้งใจเรียนไม่ทำตัวเกเร เธอจึงปรึกษาสามีว่าจะทำอย่างไรดีในขณะที่ลูกชายยังไม่รู้ตัวว่าหลงรัก
ผู้ชายด้วยกันเข้าแล้ว และทั้งสองคนก็ตกลงกันว่าต้องยอมรับความจริง และพยายามศึกษาหาข้อมูล
ของพ่อแม่ที่มีลูกชายเป็นแบบนี้ บางคนใช้วิธีขู่ให้เลิก ทรมานลูกตัวเองต่าง ๆ นา ๆ จนลูกเตลิดเปิดเปิงไป
หล่อนก็กลัวว่าถ้าทำแบบนั้น ภานุคงจะเสียผู้เสียคนแน่ ๆ จึงตัดใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ละวันที่ได้เห็นใบหน้าลูกชายเปี่ยมสุขมีชีวิตชีวา และการเรียนก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
จึงตกลงกันว่า
อยากจะเห็นหน้าข้าวโพดสักครั้ง อยากจะทำความรู้จัก และจะต้องไม่ทำให้ทั้งสองคนอึดอัดใจ
อดสงสารลูกชายไม่ได้ ที่ตอนแรกลูกเล่าเรื่องที่ข้าวโพดวิ่งหนีแล้วทำหน้าเศร้าอยู่หลายวัน
พ่อแม่เองก็แอบลุ้นช่วยลูกชายอยู่เงียบ ๆ เช่นกัน
และมาวันนี้ก็ได้มาเห็นเด็กที่ลูกชายหลงรักนักหนาเต็มตา
ตัวเล็กบาง หน้าตาน่ารัก และดูสุภาพอ่อนโยนเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และไม่ได้มีกิริยาอาการอะไร
ที่บ่งบอกว่าเป็นคนไม่ดีก็เบาใจได้
ถ้าเป็นเด็กคนนี้ ทั้งพ่อและแม่เองก็เบาใจขึ้นมาได้เปลาะหนึ่ง
แม่อ่ะ...พูดอะไรเนี่ย...ข้าวโพดเขาอายนะแม่... ร่างสูงลุกเดินขึ้นไปกอดเอวหนา ๆ ของแม่ตัวเองอย่างรักใคร่
เขาโชคดีจริง ๆ ที่มีพ่อแม่แบบนี้ พ่อแม่ไม่เคยด่าว่า แต่ใช้เหตุผลและวิธีการที่อ่อนโยนคุยกับลูกอยู่เสมอ
เออ.........ข้าวโพดอย่าไปถือสาเลยลูก...ไอ้หนุ่มมันก็เป็นแบบนี้แหละนะ พ่อของภานุหัวเราะเบา ๆ ขบขันกับท่าทางเขินอายของเจ้าลูกชาย
แล้วกินอะไรกันหรือยังเนี่ย...แม่ทำกับข้าวหน่อยสิ..พ่อจะเลี้ยงลูกสะใภ้แล้ว ชายวัยกลางคนสวมแว่นหนา หยอกล้อร่างเล็กที่เอาแต่นั่งหน้าแดง
ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมภานุใส่แว่นหนาขนาดนั้น ก็เพราะว่าทั้งพ่อทั้งแม่ ก็ใส่แว่นหนาพอกันนี่เอง
ผม...ผมยังไม่ใช่แฟนนะครับ ร่างเล็กปฏิเสธเสียงเบา อายกับคำหยอกล้อของผู้ใหญ่ทั้งสองท่านนี้เหลือเกิน
หา....ไอ้หนุ่ม...นี่ยังไม่ได้เป็นแฟนอีกเหรอ..สมัยพ่อจีบแม่แกเนี่ย...แค่มองตาแม่แกก็เดินตามแล้ว พ่อของภานุหัวเราะและหยอกล้อกับร่างสูงที่ทำหน้าเบ้
น้อย ๆ หน่อยพ่อ....อยากจะให้แม่พูดความจริงหรือไง...ว่าพ่อวิ่งตามแม่ต้อย ๆ ทุกวันอ่ะ แม่ของภานุเหลือบสายตาขึ้นมองคนเป็นพ่อ แล้วเอ็ดเบา ๆทีเล่นทีจริง
ส่งผลให้ทั้งหมดหัวเราะชอบใจกันใหญ่
ข้าวโพดรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ
และรู้สึกอิจฉาครอบครัวนี้อย่างเต็มกำลัง............ถ้าเขาได้เป็นลูกของบ้านนี้อีกคนก็คงจะดี
น่าอิจฉาภานุจริง ๆ
ใบหน้าหวานสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนจะส่งยิ้มกลับให้กับร่างสูงที่เงยหน้าขึ้นมามอง
ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างสุขใจ
****************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 14
ชักจะมากไปแล้วนะ ข้าวโพดตีมือร้อนหนาผะผ่าวที่ลูบไล้วนเวียนอยู่ที่มือตัวเอง
แต่คนที่ขับรถอยู่ก็ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ไม่มีทีท่าเดือดร้อนกับคำพูดของร่างเล็ก
แถมยังเอื้อมไปลูบที่ต้นขาอีกต่างหาก
เอ็งชักจะมากไปแล้วนะโว้ยยยยยย มือเล็ก ๆ คว้ามือซน ๆ ของอีกคนมาหักนิ้วดังกร๊อบ
แค่ตีมันไม่สะใจ เดี๋ยวนี้ชักได้ใจใหญ่แล้ว ต้องสั่งสอน
โอ้ยยยยยยยยยยย เจ็บบบบบ ภานุชักมือกลับทันที ทำไมแฟนเขาถึงได้โหดอย่างนี้
แค่ตีก็ว่าเจ็บแล้วนะ นี่เล่นหักนิ้วเลยเหรอ
ยอมให้หน่อยชักได้ใจนะเอ็ง ....ไอ้หนุ่ม ข้าวโพดทำท่าไม่สนใจกับเสียร้องโวยวายของร่างสูง
ก็ยอมเยอะ ๆ สิ... ภานุทำหน้างอ ก่อนจะหันไปส่งสายตาหวาน ๆ ให้กับคนข้าง ๆ
แฟนเราทำไมดุจังนะ..ไม่เห็นใจดีเหมือนแฟนคนอื่นเลย ร่างสูงตัดพ้อ ตามองถนนเข้าหมู่บ้านของร่างบาง
ไม่เคยมาบ้านข้าวโพดสักที อย่างนี้ต้องไปแนะนำตัวซะหน่อยแล้ว
ใครแฟนเอ็งวะ...ข้าเป็นพี่เอ็งนะ...ชักหนักข้อขึ้นทุกวันแล้วเดี๋ยวนี้ปีนเกลียวไม่เรียกพี่สักคำ ร่างบางบ่นงึมงำ
ภานุได้ยินชัดเจนถึงเรื่องที่ร่างเล็กบ่น มือแกร่งเอื้อมไปลูบศรีษะมนนั้นอย่างเบามือ
มือเล็กปัดออกทันที รู้สึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก ยังไงก็เป็นรุ่นน้องทำเหมือนเขาเป็นเด็กไปได้
หรือว่าข้าวโพดอยากเรียกหนุ่มว่าพี่หนุ่มกันล่ะ ร่างสูงหันมาส่งยิ้มให้
เรียกแฟนที่อายุน้อยกว่า ว่าพี่ข้าวโพดมันจะดีเร้อออออออ
ดวงตากลมโตหันมามองใบหน้าคมที่เอาแต่อมยิ้มนั้น
ก่อนจะหน้างอลงอีก
ไม่อยากโต้คารมย์กับภานุเลย พักนี้ชักจะเก่งกล้าสามารถขึ้นเรื่อย ๆ
พูดอะไรก็ไม่ค่อยฟังแล้ว
แล้วข้าวโพดก็เอาแต่นิ่ง จนภานุต้องถอนใจ
ขอโทษนะ.... ภานุขอโทษร่างเล็กที่เอาแต่เงียบ
ก่อนจะส่งนิ้วก้อยให้
ดีกันนะ ร่างสูงยังพูดเรื่อย ๆ เหมือนล้อเลียน
เหลือบมองคนตัวเล็กกว่าที่เอาแต่หน้างอ ทำเป็นไม่สนใจเขา
ไม่ดีกันเดี๋ยวหอมแก้มเลยนะ
ข้าวโพดยังเงียบ
ชายหนุ่มจึงลดความเร็วลงและเลี้ยวเข้าไปจอดที่ใต้ต้นไม้ข้างทางเข้าหมู่บ้าน
และทำท่าจะก้มหน้าเข้าหาจริง ๆ
เฮ้ยยยยยยยย...ทำอะไรเนี่ย มือเล็กผลักใบหน้าคมที่ทำท่าจะโน้มลงมาจริง ๆ
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยพอแล้ว...เล่นอะไรบ้า ๆ เนี่ย ใบหน้าคมไม่ยอมแพ้ยังเอียงหลบ
มือเล็ก ๆ ที่เอาแต่ผลักไส และก็โน้มเข้าหาอีก
ดีกันยัง ชายหนุ่มกระซิบถามเสียงแผ่ว
ดีแล้ว ดีแล้ว ข้าวโพดละล่ำละลักรีบบอก มือก็ยังผลักต่อไป ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ
ภานุมันเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว ไม่เห็นซื่ออย่างที่คิดเลย แถมยังบ้าอีก ไม่อายคนเขาบ้างหรือไง
เกิดใครมาเห็นเข้าจะทำยังไงเนี่ย
มือแกร่งรวมดึงมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างนั้นเข้าหาตัว
จ้องมองนัยน์ตากลมโตหวานซึ้ง
หนุ่มรักข้าวโพดจริง ๆ ถ้าบางทีทำอะไรไม่ถูกใจก็ขอโทษนะ
คำสารภาพตรง ๆ พร้อมกับนัยน์ตาหวานฉ่ำที่ทอดลงมา ทำให้ร่างเล็กต้องก้มหน้าหรุบต่ำลง
หลบซ่อนใบหน้าแดงซ่านนั้นจากนัยตาคม ๆ ที่จ้องลงมาอย่างรักใคร่
รู้แล้ว ร่างเล็กรับคำเสียงเบา
ตอนนี้อยากกอดอยากหอมข้าวโพดมากเลย แต่กลัวว่าจะไปส่งไม่ถึงบ้าน
คำพูดตรง ๆ นั้นทำให้ร่างเล็กยิ่งอายหนักกว่าเก่าอีก
ภานุเป็นพวกชอบพูดอะไรตามที่สมองคิด ไม่รู้บ้างหรือไงว่าไม่ต้องพูดตรง ขนาดนั้นก็ได้
ร่างสูงทำหน้าเศร้า
พักนี้อยู่กับร่างบางนี้หลายวันติดกัน
พอจะต้องห่างกันหน่อย ก็อดคิดถึงไม่ได้
ไม่รังแกแล้ว...ขอแค่จับมือเฉย ๆ ได้มั้ย ดวงตาคมส่งสายตาออดอ้อน
อือ...ถ้า..ถ้าแค่นั้นก็ได้ ข้าวโพดค่อยพยักหน้ารับ
ใบหน้าหวานยินยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย
ภานุยิ้มได้ทันที
เขาไม่ได้ต้องการขออะไรมากกว่านี้จริง ๆ
ตอนนี้
ไม่อยากล่วงเกินอะไรข้าวโพดให้มาก
ถ้ายิ่งแตะต้องมากว่านี้ เขาเองนั่นแหละที่จะอดใจไม่ไหว
ยังสงสารร่างเล็กนี้อยู่ ว่าคงจะทั้งเหนื่อยทั้งเพลียมากแค่ไหน
ยังมีเวลาอีกนานที่จะไขว่คว้าร่างบางนี้ไว้ในอ้อมแขนให้มากกว่านี้
มือแกร่งรุมร้อนคว้ามือเล็ก ๆ มาเกาะกุมไว้
ก่อนจะออกรถและหันมาส่งยิ้มให้ร่างบางที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้าง ๆ
**********************
เข้าบ้านก่อนมั้ย ข้าจะแนะนำน้องชายให้รู้จัก ข้าวโพดบอกกับชายหนุ่มที่มาจอดรถที่หน้าบ้านแล้ว
น้องชายของข้าวโพด ร่างสูงต่อคำพูดให้ ก่อนจะมองร่างเล็กนั้นเหมือนเอ็ดอยู่ในที
หา ร่างเล็กหน้าเหวอ ภานุจะพูดอะไรกันน่ะ
ข้าวโพดสิ...ทำไมไม่เรียกแทนตัวว่าข้าวโพด ร่างสูงหันมาถาม
ก็มันไม่ชินนี่หว่า...อะไรแค่นี้ทำข่มเหรอ ร่างเล็กหันมาแหวใส
ตามใจค้าบบบบบบบบบบไม่กล้าข่มหรอก ภานุประชดด้วยการลากเสียงซะยาว
เออ..ข้าวโพดก็ได้วะ ร่างเล็กหน้างอหงิกเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้
อื้อ..คือพ่อแม่ไม่อยู่แต่ว่าคือน้องชายของ..ข้าว..โพดก็อยู่ จะแนะนำให้รู้จักดีมั้ย โอ้ยน่าอายชะมัดพูดออกไปแล้ว
ครับ...อยากรู้จักแนะนำให้หน่อยสิ..เพราะหนุ่มก็แนะนำลูกสะใภ้ให้แม่รู้จักแล้วเหมือนกัน ร่างสูงยิ้มจนตาหยี
ชอบจริง ๆ ได้หยอกล้อคนข้าง ๆ อย่างนี้ พักนี้ยิ่งน่ารัก น่ารักอยู่ด้วยแถม ได้ใจเขาไปอีกเยอะเลย
ร่างสูงเปิดประตูรถเอื้อมหยิบกระเป๋าเป้ของร่างเล็กที่วางไว้หลังเบาะรถ
ก่อนจะก้าวเดินตามร่างบางเข้าสู่ตัวบ้าน
***************************
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย ร่างเล็กอุทานเสียงลั่น
เมื่อเห็นพัฒนากำลังนัวเนียพัวพันอยู่กับใครอีกคน
สองร่างรีบผละออกจากกันอย่างตกใจ
เอ่อ....กะ..กะ..กลับมาแล้วเหรอ ร่างบางของใครอีกคนเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
โหยยยยยยยยยยยยยไวไฟชะมัดเลยนะ ไม่อยู่ไม่กี่วัน ไปถึงขั้นไหนแล้วเนี่ย
ใบหน้าหวานขี้เล่นเดินเข้าหาร่างบางที่หน้าเหมือนกัน กับตัวเอง
แกทำอะไรน้องฉันว่ะ...ไอ้โมทย์ ข้าวโพดหันมาหาคนที่นั่งทำหน้าปั้นยากอยู่ข้าง ๆ
แววตาขี้เล่นซุกซน
มีเพียงพัฒนาเท่านั้นที่เรียกชื่อเล่นของชายหนุ่ม
นอกนั้นคนอื่นจะเรียกชื่อนี้กันทุกคน
พี่ข้าวโพด...กระเป๋าให้วางตรงไหนอ่ะ ภานุเดินตามเข้ามาในบ้านแล้วก็ต้องชะงัก
เฮ้ยยยยยยยยยยยพี่ พี่ พี่ ข้าวโพดมีสองคน ชายหนุ่มตาโต
ใบหน้าสวยหวานเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันตรงที่อีกคนเข้าเฝือกที่แขนเท่านั้นเอง
อะ อะ อะ อะไรกันเนี่ยยยยยยยยยยยยย
**********************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 15
ทำหน้าตกใจไปได้.........ทำเป็นงงกะอีแค่มีฝาแฝดแค่เนี้ย ข้าวโพดหันมาเอ็ดภานุที่ทำหน้าเอ๋องงเป็นไก่ตาแตกอยู่
เอ่อแล้ว... ภานุไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
พัดครับ ร่างเล็กบางอีกคนส่งยิ้มให้
ครับ ชายหนุ่มรับคำ มันแปลก ๆ อ่ะที่มีคนเหมือนพี่ข้าวโพดอีกคนมาทำหน้าตาหน้ารักใส่ เขาชักเริ่มสับสนแล้วสิ
กอล์ฟครับเพื่อนผม มือเล็กของพัฒนาผายไปทางปราโมทย์ที่นั่งนิ่งอยู่
ครับกอล์ฟยินดีที่ได้รู้จักครับ ภานุยิ้มให้กับร่างสูงของอีกคนที่ดูนิ่งเฉยและมองเขาแปลก ๆ
และส่งยิ้มกลับให้เขา
พอดีผมติดธุระที่บ้าน ยินดีที่รู้จักนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ ภานุยิ้มให้กับทั้งสองคน
และเดินตามร่างเล็กของข้าวโพดที่เดินนำเขาออกมานอกบ้าน
ข้าวโพด....เดี๋ยวคืนนี้โทรหานะ ร่างสูงยิ้มให้กับร่างบาง
อือ ร่างเล็กรับคำ ใบหน้าหวานเศร้าลง เดี๋ยวจะไม่เห็นหน้าภานุแล้วมันเศร้ายังไงบอกไม่ถูก
อย่าทำหน้างั้นสิ...เดี๋ยวก็ไม่ได้กลับกันพอดี ร่างสูงเอื้อมมือมาลูบศรีษะมนเล็กนั้นแผ่วเบา
ข้าวโพดช่างน่ารักหลือเกิน ใบหน้าหวานละมุนที่ทำหน้าเศร้า ๆ นั้นทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว
หอมแก้มหน่อยได้มั้ย ร่างสูงก้มกระซิบถามร่างบาง
ไม่ได้นะ...พัดอยู่ มือเล็กรีบยันร่างสูงออกห่างตัว
ไม่เห็นหรอกมั้ง...มืดขนาดนี้ ร่างสูงหันซ้ายหันขวามองหาคนที่ผ่านไปผ่านมาก็ไม่พบ
นะ.....นิดเดียวนะ ใ บหน้าคมออดอ้อน ร่างเล็กที่เอาแต่อมยิ้มหวาน
จมูกโด่งสัมผัสเบาที่ข้างแก้มของร่างบาง โดยไม่ต้องรอให้ตัดสินใจ
ก็เขารักนี่นา อยากกอดอยากสัมผัส ไม่เห็นว่าจะแปลกตรงไหน
ใบหน้าหวานละมุนแดงซ่านด้วยความอาย
ร่างเล็กรู้สึกชอบสัมผัสของร่างสูงมากที่สุด มันแผ่วเบา อ่อนโยน ให้ความรู้สึกดีอย่างที่ยังไม่เคยได้รับสัมผัสจากใคร
วันเสาร์หน้าไปทะเลกันนะ ร่างสูงเอ่ยหันมาบอกร่างบาง
ยังไม่รู้ว่าจะว่างหรือเปล่าเลย ร่างเล็กตอบกลับ ก้มหน้าเอียงอาย
น๊า..อยากไปกะข้าวโพดอ่ะ...นะ...นะ..นะ ภานุออดอ้อนเหมือนเด็ก ๆ และแกว่งมือเล็ก ๆ นั้นไปมา
เหมือนเด็กอ้อนขอขนมไม่มีผิด
บ้า....น่ารักตายล่ะ...นึกว่าน่ารักรึไงทำไปได้ ข้าวโพดหันมาต่อว่าร่างสูง
มันก็น่ารักดีอยู่หรอกแต่ว่าแบบเนี้ย ไม่เห็นจะเข้ากันเลย
ชวนน้องพัดกับคุณกอล์ฟไปด้วยสิ หลาย ๆ คนสนุกดีนะ ร่างสูงพูดไปเรื่อย ๆ ระหว่างเดินออกมาที่รถที่จอดอยู่
แหงะ....น้องพัดเนี่ยอะนะไม่เคยเรียกหรอก..เรียกแต่ไอ้พัดกับไอ้กอล์ฟ..ขืนเรียกอย่างนั้นได้ขำกันตาย ร่างเล็กหัวเราะร่วน
จ้า.....ไปนะ....อย่าลืมคิดถึงหนุ่มด้วยน๊าข้าวโพด ร่างสูงเข้าไปอยู่ในรถแล้วยังไม่วายที่จะชะโงกหน้ามาพูดอะไรน้ำเน่าอีก
อื้อ ร่างเล็กยิ้มรับ
ก่อนจะโบกมือให้กับร่างสูงที่ค่อยเคลื่อนรถออกไป
และหันหลังเดินยิ้มเข้าไปในบ้าน
ไม่น่าเชื่อเลย คนเราเนี่ยพอรักกันแล้ว อะไร อะไร ก็ดูดีไปหมด แม้แต่ไอ้คำพูดเน่า ๆ อย่างนั้น
ที่เคยเห็นว่าพวกไร้สาระพูดกัน
ร่างบางกับภานุก็พูดกันได้ไม่ขัดเขินมันเพราะอะไรกันนะ
*************************
แหมหน้าบานเชียวนะ....ท่าจะไม่ใช่น้องรหัสอย่างเดียวแล้วมั้ง พัฒนาที่นั่งอยู่บนโซฟา
เอ่ยปากแซวพี่ชายที่เดินยิ้มเข้ามาในบ้าน
เฮ้ยยยยยยยยยย แกว่าใครอ่ะ...เรื่องเมื่อกี้ยังไม่ได้สะสางนะเว้ย ร่างเล็กตอบกลับคนที่แซวซะหน้าหงาย
ไอ้กอล์ฟ แกยังไม่ตอบเลยนะว่าทำอะไรไอ้พัดเมื่อกี้...เห็นนะเว้ย ร่างเล็กหันไปแซวอีกคนที่ทำหน้าไม่ถูกขึ้นมาอีกแล้ว
อะไร..ไม่เห็นมีอะไรนี่...ไปเร็วกอล์ฟไปนั่งหน้าบ้านกันดีกว่า...ไม่อยากอยู่ใกล้คนมีความรักว่ะ น้องชายฝาแฝดรีบเดินเลี่ยงออกมา เพราะตอบคำถามไม่ได้
ข้าวโพดรู้ตั้งนานแล้ว ว่าปราโมทย์ชอบพัฒนา เลยเปิดโอกาสให้หลายครั้ง แต่ก็ไม่เห็นจะคืบหน้าสักที
ร่างเล็กมีรอยยิ้มจาง ๆ มองสองร่างที่เดินออกไป
ช่วงนี้อะไรก็ดีไปหมด
วันเสาร์งั้นเหรอ อือ.....อยากให้ถึงวันเสาร์เร็ว ๆ จัง
*****************************
กระเช้ากับข้าวที่แม่ภานุทำให้เป็นของว่างระหว่างเดินทางถูกย้ายเอาไปไว้หลังรถ
เมื่อร่างเล็กของข้าวโพดเข้ามานั่งเคียงข้าง
พร้อมกับอีกสองร่างที่เข้ามานั่งที่ด้านหลัง
ข้าวโพดลืมอะไรหรือเปล่า ร่างสูงหันมาถามร่างเล็กที่แต่งกายด้วยชุดลำลอง
กางเกงขาสามส่วนและเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าสดใส
ไม่ค่อยเห็นข้าวโพดเวลาใส่ชุดลำลองเท่าไหร่
เวลาแต่งตัวแบบนี้น่ารักดีไปอีกแบบ
แต่จะเอ่ยชมก็ไม่กล้า
เพราะมีอีกสองร่างที่นั่งอยู่ด้านหลัง ได้แต่ส่งสายตาหวานซึ้งไปให้
จนร่างเล็กต้องรีบหลบแทบไม่ทัน
สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เขาทำให้เพื่อนที่คณะหลายคนต้องแปลกใจ
เพราะว่าทั้งภานุและข้าวโพดเอาแต่นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง
เหมือนคู่รักเพิ่งแต่งงานใหม่ สร้างความแปลกใจให้กับเพื่อน ๆ โดยถ้วนหน้า
แต่ก็ไม่กล้าถามเพราะกลัวฤทธิ์เดชของร่างบาง
ทุกวันภานุจะไปนั่งรอรับกลับบ้านพร้อมกันเสมอ
บางวันก็ไปเดินเที่ยวกันบ้าง
เช่นวันนี้ที่นัดกันว่าจะไปทะเล ภานุมารับข้าวโพดที่บ้านแต่เช้า เพราะกลัวว่าถ้าไปสายแดดจะร้อน
เขาโชคดีที่มีบ้านพักอยู่ใกล้ทะเลเป็นเพื่อนของพ่อ จึงได้เช่าในราคาถูก ๆ
และยังได้พ่วงน้องชายของข้าวโพดและร่างสูงของใครอีกคนที่ภานุจำได้ว่าชื่อกอล์ฟ
ที่ดูเหมือนนิ่งเฉยเย็นชา จนน่าประหลาดแต่ก็ไม่เหมือนคนไม่ดีแต่อย่างใด
ทั้งจึงตกลงไปเที่ยวพร้อมกัน
ดีซะอีกจะได้ถือโอกาสทำความรู้จักกันไปในตัว
เรื่องที่คุยในรถก็เป็นเรื่องสัพเพเหระไม่มีอะไรมาก
และไม่นานพี่น้องฝาแฝดก็ผล็อยหลับไป
และทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้า กับปราโมทย์ที่นั่งหน้านิ่งเฉยอยู่
พี่หนุ่มจำผมได้มั้ยพี่ ปราโมทย์เอ่ยถาม
เอ่อ...... ร่างสูงอึกอัก ไม่ใช่ว่าเคยไปทำเรื่องไม่ดีไว้หรอกนะ ทำไมเพื่อนของน้องพัดทำหน้าจริงจังขนาดนั้นอ่ะ
แต่ผมจำพี่ได้นะว่าจะบอกพี่หลายครั้งแล้ว ปราโมทย์ทำสีหน้าเคร่งเครียด
*******************************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 16
ภานุกับปราโมทย์
ทำให้ร่างเล็กสองร่างต้องประหลาดใจ
สองหนุ่มคุยกันหัวเราะร่าเหมือนกับรู้จักกันมานานแสนนาน
ระหว่างที่หลับบนรถสองคนที่คุยอะไรกันนะ
ข้าวโพดเริ่มสงสัย
จนเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่
อย่าให้รู้นะว่าแอบมีความลับกัน
"ข้าวโพดจ๋า...อ่ะ...อันนี้อร่อย" ภานุเดินนำจานบาร์บีคิวที่ย่างเสร็จมาให้ร่างบางที่ทำหน้าหงิกงอไม่พอใจเขาอยู่
"คุยอะไรกะไอ้กอล์ฟ...ท่าทางสนุกเลยนะ" ร่างเล็กเอ่ยถามเสียงแข็ง ไม่ตอบฆ่าทิ้งแน่
"ไม่มีไรนี่..ก็คุยกันธรรมดา..ทำไมเหรอ" ภานุเคี้ยวบาร์บีคิวที่ย่างใหม่ ๆ นั้นอย่างสบายอารมย์
"บอกมาดิ...เร็ว...เดี๋ยวนี้เลย" ร่างเล็กถามซ้ำ
เริ่มโมโห
ก็ไม่ชอบนี่ ไม่ชอบให้ภานุไปคุยกับใครมากกว่าเขา แถมยังหัวเราะอย่างมีความสุขอีก
ตั้งแต่ตอนมาถึงแล้ว สองคนนี่ก็เอาแต่คุยกัน
อย่างกะคนไม่เคยพบไม่เคยเจอกันมานาน
"เปล่าจ้า...อะไรเนี่ย..หึงเหรอ" ร่างสูงยิ้มกริ่ม
แบบนี้เนี่ย หึงชัวร์เลย เขาชอบแบบนี้จริง ๆ
"วันนี้กินแอลกอฮอล์ได้มั้ย...." ร่างสูงเอียงคอถามร่างเล็กที่ทำหน้าไม่พอใจอยู่ กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะถามอยู่หรอก ยิ่งเห็นข้าวโพดไม่ค่อยพอใจเขาอยู่
จะให้บอกได้ยังไงว่าคุยอะไรกันกับร่างสูงอีกคนที่ง่วนอยู่กับเตาบาบีคิวนั้น
ก็แหม...ขืนบอกได้โดนคนตัวเล็กกว่าเล่นงานแน่ ๆ ภานุแอบยิ้มในแผนการณ์ของตัวเอง
"ตามใจ...กินไปเลย..อยากกินกินไปเลย" ร่างเล็กเดินลงส้นปึงปังเข้าบ้านพักไป
ลมทะเล กับอากาศยามเย็นไม่ทำให้รู้สึกสนุกได้เลย
**************************
"กอล์ฟตามแผนแล้ว" ร่างสูงเดินมาขยิบตาให้กับปราโมทย์ ก่อนที่อีกคนจะทำสัญญาณว่ารับรู้
เจ้าแฝดสองคนนี่ก็คิดอะไรกันไปใหญ่แน่ว่าเขากับปราโมทย์มีอะไรแอบแฝง
ไม่หรอก
ระหว่างที่นั่งมาในรถ เขาก็ได้คุยกับปราโมทย์แล้ว
เรื่องที่เขาเองก็ลืมไป
เมื่อตอนเป็นเด็กเขาเคยไปอยู่บ้านญาติระหว่างปิดเทอม มันเป็นความทรงจำที่สนุกมาก
ที่ได้พบกับเด็กอีกคน ที่มาจากกรุงเทพเหมือนกัน
ช่วงแรก ๆ ที่ไปอยู่ โดนเด็ก ๆ เจ้าถิ่นรังแกอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเด็กที่มาใหม่อีกคน ก็มาจากกรุงเทพเหมือนกัน และแถมบ้านยังอยู่ติดกันอีก
เลยทำให้เข้ากันง่าย และก็ได้เล่นสนุกันอย่างเด็ก ๆ ในช่วงปิดเทอม มันนานมาแล้วนานจนเขาเองก็ลืมไป มาเจอกันอีกที อีกคนก็โตเป็นผู้ใหญ่เสียแล้ว เขาไม่นึกว่าปราโมทย์จะจำเขาได้จริง ๆ
เขาเองก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
เลยทำให้คุยกันง่ายขึ้น หน่อย หลังจากนั้นก็ถามสารทุกข์สุขดิบกันธรรมดา สองร่างนี่ก็เลยคิดเตลิกกันไปใหญ่ กลัวว่าเขาจะคิดทำอะไรแปลก ๆ
กับปราโมทย์ แต่ก็นั่นแหละ เขากับปราโมทย์คิดจริง ๆ และก็กำลังลงมือทำอยู่
ดีนะ ที่ทั้งสองคนมีฝาแฝด ไม่งั้นล่ะก็เขากับปราโมทย์คงต้องคุยกันหน่อยแล้
****************************
ร่างเล็กกรอกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นว่าเล่น
ทั้งที่คออ่อนขนาดนั้น แต่ก็ยังดื่มไม่เลิก
จนเริ่มเมาได้ที่
"โพดไหวมั้ย...." ร่างสูงกระซิบถามร่างเล็กที่แก้มแดง เพราะฤทธิ์เหล้า
"อย่ามายุ่งหน่อยเลย...มีอะไรไม่บอก..โกรธพวกแกสองคนแล้ว" ร่างเล็กเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง ครองสติไม่อยู่
"ไปนอนเถอะนะ" ภานุทำท่าจะเข้าประคองร่างเล็กนั้น พัฒนาก็อีกคนที่เอะอะโวยวายกับปราโมทย์ไม่เลิก
เขาเองก็ต้องพาข้าวโพดไปนอนแล้ว
รู้สึกว่าร่างบางนี่คงจะไม่ไหวแล้ว
ทั้งโซเซและทำท่าจะโมโหขึ้นมาอีก
"นะข้าวโพด...ไปนอนนะ" ร่างสูงอุ้มร่างเล็กขึ้นทันที แบบนี้ท่าทางจะไม่ไหวแล้ว
"ปายหนายยยยยยยย อ่ะ โพดดดด ไปด้วยดิ" พัฒนา เสียงอ้อแอ้และทำท่าจะตามพี่ชายตัวเองไปด้วย
"เราอ่ะ..อยู่นี่แหละ..ไม่ต้องตามหรอก" ปราโมทย์ดึงแขนร่างเล็กไว้
"ม่ายอาว...ปายด้วย" ร่างเล็กขัดขืน ไม่ยอมแพ้
"อย่าดื้อน่า...มานี่" ปราโมทย์ดึงร่างอีกคนมาใกล้
ส่งสัญญาณว่าเรียบร้อย กับร่างสูงอีกคนที่ขยิบตาให้
อย่างรู้กัน
*****************************
ปล้ำแฟนตอนเมาเนี่ยมันผิดมั้ย
ภานุจ้องมองร่างเล็กอย่างขำ ๆ
ข้าวโพดเริ่มร้องไห้งอแง
ตอนที่เขา .... อุ้มมาไว้บนเตียง
เลยเป็นโอกาสให้ถามอะไรที่อยากถามต่าง ๆ นา ๆ
เขาว่าคนเมาโกหกไม่เป็น ท่าจะจริง
เพราะว่าร่างเล็กนี่บอกเขาหมดทุกอย่าง
ไม่ว่าจะถามอะไรก็ตาม
ซึ่งในเวลาปกติร่างบางไม่ยอมเอ่ยพูด
"หึง...หนุ่มเหรอ" มือแกร่งเกลี่ยผมที่มาปรกใบหน้าหวานนั้น
"หึง....หวงด้วย...ไม่ให้มีคนอื่นนะ...ห้ามมีนะ" ข้าวโพดส่งเสียงอ้อแอ้ เหมือนเด็กพูดไม่ชัด
แถมยังกอดแขนภานุเสียแน่น เหมือนไม่ยอมให้ไปไหนง่าย ๆ
ก็นี่แหละเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากับปราโมทย์ตกลงกันว่าจะมอมเหล้าเจ้าสองคนนี้
ก็เวลาปกติ บอกให้พูดบอกให้ทำอะไร ยอมเสียที่ไหนล่ะ
ถ้าเวลาแบบนี้ อยากให้พูดอะไรก็ได้หมด
"แล้วรักหนุ่มมั้ย" ใบหน้าคมส่งยิ้มให้กับร่างเล็กที่นอนกอดแขนเขาไม่ปล่อย แถมยังเอาศรีษะมาสีไปมา เหมือนลูกแมวอ้อนเจ้าของแบบนี้อีก
ยิ่งน่ารักไปใหญ่
"ไม่รักใครจะยอมอ่ะ....รากกกกกกกกกจาแย่แล้ว" ข้าวโพดหัวเราะดีใจ เปลี่ยนมาหนุนตักร่างสูงแทน แถมยังทำหน้าตาน่ารักยั่วยวนใส่อีก
"รักแล้ว...วันนี้ขอได้มั้ย" มือแกร่งลูบไล้ใบหน้าสวยหวานนั้นแผ่วเบา ขอกันง่าย ๆ อย่างนี้เลยล่ะ
ดูสิจะยอมมั้ย.... ขอมาหลายครั้งแล้วก็เอาแต่หลบเลี่ยง แถมยังทำท่าจะเตะเขาอีกต่างหาก
จะอดใจไม่ไหวแล้ว ยังไงก็อยากทำให้ได้
ร่างเล็กลุกขึ้นถอดเสื้อออกเองทันที
"เฮ้ย...ข้าวโพดทำไมยอมง่ายอย่างงี้อ่ะ" ใบหน้าคมตกใจกับอาการของร่างบาง ที่ปราโมทย์บอกว่าอย่าให้คนตัวเล็กเมา ก็เพราะแบบนี้นี่เอง
เรื่องที่ว่าเมาแล้ว ขออะไรได้ทุกอย่าง เนี่ย เขาเชื่อเลยจริง ๆ
ไม่ถอดเปล่า แถมเอื้อมมาปลดกระดุมเขาด้วยนี่สิ
เด็กบ้าเอ้ย....ไม่ปล่อยแน่คืนนี้
****************************
ริมฝีปากเล็กบางพัวพันอยู่กับอกกว้างแข็งแกร่งของอีกคน
แถมยังไล้ปลายลิ้นไปมาอย่างรู้ใจ
ถ้าเป็นเวลาปกติร่างเล็กคงไม่ยอมทำอะไรอย่างนี้แน่ เพราะเจ้าตัวขี้อายขนาดหนัก
แต่เวลานี้มันผิดกัน ความรู้สึกที่ถูกกักเก็บไว้ ที่แสดงไม่ได้ในเวลาปกติทำให้ เจ้าของร่างบาง
ทำอะไรตามที่ใจสั่ง โดยไม่มีเหตุผล
ถึงจะอยู่ด้วยกันหลายวัน แต่นอกจากภานุแอบจับมือบ้าง หลังจากนั้น ก็ไม่เคยมีอะไรกันเสียที
ตอนนี้ก็เลยเหมือนอารมย์ที่ถูกกักเก็บอยู่ในเวลาปกติ ถูกระบายออกมาหมด
ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยหวานอย่างหลงใหล
ปลายลิ้นนุ่มชิ้นของร่างบางพัวพันอยู่กับยอดอกเขา
และไล้เรื่อยลงมาถึงหน้าท้องแล้ว
ฝือมืออุ่นร้อน ลูบไล้แผ่วเบาที่จุดสีชมพูเล็ก ที่ร่างบาง บดเบียดปลายนิ้วมือแผ่วเบา ปลุกเร้าความรู้สึกของอีกฝ่าย
ริมฝีปากอิ่มลากไล้ไปที่จุดกึ่งกลางลำตัวของเขา
"จะทำจริงเหรอ..หือ" ดวงตาคมหรี่ปรือเพราะอารมย์ ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะส่งยิ้มกลับมาให้เหมือนเอาใจ
และครอบครองสิ่งแข็งขืนไว้ในที่สุด
"อื้อ...อีกสิ..ทำอีก" ร่างสูงขบริมฝีปากแน่น รู้สึกชอบรสสัมผัสนี้อย่างประหลาด ปลายลิ้นเล็ก
ไล้จากปลายสู่ยอด สลับไปมา ยิ่งเพิ่มความกระสันต์ให้กับเขามากยิ่งขึ้น ถึงแม้ท่าทางจะงก ๆ เงิ่น ๆ ไปบ้าง แต่ก็ทำให้เขาพอใจ
"อ๊า...ข้าวโพดพอก่อน..หยุด" ภายในริมฝีปากอุ่นร้อน ดูดรั้งรุนแรง จนทำให้เขาแทบจะปลดปล่อยอารมย์ออกมา ต้องรีบคว้าใบหน้าหวานนั้นให้ผละออก
ข้าวโพดเหมือนจะยังไม่เข้าใจ มือเล็กประคองส่วนแข็งขืน ริมฝีปากยังคงทำหน้าที่ต่อไป
"อื้อ..." ร่างสูงต้องเป็นฝ่ายผละออก ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาต้องแย่แน่ ร่างเล็กนี่เข้าใจกลั่นแกล้งเขาเสียจริง
มือแกร่งคว้าเอาเล็กเข้าหาตัว
"มานี่มา..." เขาโอบอุ้มให้ร่างบางแหงนเงยขึ้น และดึงให้มานั่งใกล้กัน
"วันนี้ทำเองแล้ว..ทำให้ตลอดได้มั้ย" ดวงตาคมมีประกายแห่งความร้อนเร่า แบบนี้ก็ดีไปอีกอย่างเขารู้สึกชอบเป็นที่สุด
ร่างบางยังคงทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจที่ร่างสูงพูด แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
เมื่อชายหนุ่มจับให้ร่างเล็กขึ้นทาบทับกับร่างแกร่ง
และเตรียมร่างกายให้รอรับกับสิ่งที่ลงมาครอบครอง
"อ๊า...เจ็บ.." ข้าวโพดเกาะไหล่กว้างไว้แน่น เมื่อร่างกายรับสัมผัสแข็งขืนของอีกฝ่าย
"ดี..ดี..นะค่อย ๆ " ร่างเล็กค่อยกดซ้ำลงมาอีกครั้ง คราวนี้ มันลึกล้ำมากขึ้นกว่า เรียวขาเล็กบางกระหวัดเกี่ยงวที่เอวแกร่ง มือเล็ก กอดกระชับ ที่ลำคอแข็งแกร่งของร่างสูงแน่น
ร่างบางรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ขยับเขยื้อนอยู่เบื้องล่าง
พร้อมกับดวงตาคมที่ส่งความปราถนามาถึง
"ทำได้มั้ย...แบบนี้" ภานุกระซิบแผ่วที่ใบหูเล็ก
ฝ่ามือร้อนรุ่มบีบคั้น สะโพกเล็กที่เริ่มสั่นไหวตามอารมย์
"อื้อ...อะ...อะ" ร่างเล็กรับคำโดยดี
สะโพกบาง ขยับกายขึ้นลงตามอารมย์
"อ๊า อ๊า อ๊า" ร่างบางครางแผ่ว ส่วนอ่อนไหวเสียดสีไปมากับหน้าท้องแกร่ง และเริ่มแข็งขืนขึ้น โดยไม่ต้องถูกสัมผัส
ร่างกายที่สะท้านขึ้นลงตามอารมย์
ทำให้ภานุพอใจเป็นอย่างมาก
ข้าวโพดคนดี ปฏิบัติตามคำขอของเขาหมดทุกอย่าง
"รักหนุ่มมั้ย" ร่างแกร่งเบื้องล่างเอ่ยถาม ลมหายใจหอบกระเส่า
"รัก..รักมาก..รักนะ" ใบหน้าสวยหวานซบเข้ากับซอกคอแข็งแกร่ง
ด้านล่างยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อ
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
สิ่งแข็งขืนภายในสร้างความสุขให้อย่างหฤหรรจนแทบไม่อยากให้กายต้องผละจากกัน
ริมฝีปากร้อนรุ่มพัวพันแนบแน่นกับริมฝีปากสีแดงสด
ลมหายใจหอบถี่ตามความรู้สึก
มือแกร่งช่วยประคองให้สะโพกมนขยับได้สะดวกขึ้น
ยามที่กดลงมาเขาก็ตอบกลับในทันที
ความร้อนรุ่มพุ่งสูงขึ้น จนทนไม่ไหว
สองร่างเร่งเร้า รุนแรงกว่าทุกครั้ง
ต่างขยับกายเข้าหากันอย่างปราถนา
"ข้าวโพดจ๋า...คนดีเร็วอีก" ร่างสูงละจากริมฝีปากบาง
เสียงทุ้มแตกพร่า เมื่อใกล้จะถึงที่สุดของการเดินทาง
ร่างเล็กกดกายแรงขึ้น เร็วขึ้น
"หนุ่ม..รัก..อะ.อะ อ๊า " ร่างเล็กครางลั่นตามความรู้สึกที่ยากจะฉุดรั้งได้อีก
สองร่างกอดรัดเข้าหากัน
แนบแน่น
เหมือนรอบข้างหมุนคว้าง และในที่สุด
ความรู้สึกก็พุ่งสูงสุดพร้อมกัน ต่างกอดกระหวัดกายเข้าหากันอย่างรักใคร่ และไม่อาจจะพรากจากกันได้
ร่างเล็กจิกเล็บลงที่ไหล่กว้างเมื่อสิ้นสุดความรู้สึก
ความอุ่นร้อนทะลักทลายอยู่ในร่าง
พอกับที่ร่างบางเองก็ปลดปล่อยความรู้สึกมากมายท้วมท้นออกมาเช่นกัน
ลมหายใจรุมร้อนเริ่มปรับสู่ปกติ
แต่ก็ต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง เมื่อสิ่งแข็งขืนเบื้องล่างเริ่มตื่นขึ้นใหม่อีกครั้ง
"อ๊ะ..."ร่างเล็กนิ่วหน้า เมื่อกายแกร่งเบื้องล่างไม่ยอมแพ้
"อีกนะ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วอย่างไม่ยอมแพ้
ข้าวโพดพยักหน้ารับ คืนนี้คงต้องยอมทำใจว่าคงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แน่ ถ้าร่างสูงไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยอย่างนี้
**********************
รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 17 (จบ)
ไอ้กอล์ฟเนี่ย...ยอมไอ้พัดตลอดเลยจนมันเสียคนหมดแล้ว ร่างเล็กเดินบ่นกับร่างสูงที่เดินเคียงข้าง
หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็พบว่าน้องชายกับเพื่อนนั่งคุยกันอยู่ด้วยบรรยากาศอึมครึม เลยนึกเป็นห่วงขึ้นมา
แต่ภานุบอกให้สองคนเคลียร์กันเองและชวนออกมาเดินเล่นที่ชายหาด
เคลียร์อะไรล่ะ เดี๋ยวไอ้กอล์ฟก็นั่งหงอให้ไอ้พัดว่าปาว ๆ เหมือนทุกที
แต่เอ๊ะ เมื่อกี้นี่ เห็นไอ้พัดต่างหากล่ะที่นั่งหงอ เปลี่ยนไปหรือเปล่านะ
ตอนเช้าแทบลุกไม่ขึ้น เพราะว่าเมาหนัก แต่ที่ทำให้ลุกไม่ขึ้น ก็ไอ้คนหน้าไม่อายที่เดินอยู่ข้าง ๆ นี่แหละ
คนเมา ยังหาเรื่องทำอย่างนั้นจนได้ แถมตอนเช้ายังมาล้อเลียนอีกว่าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน หาว่าเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนอีกต่างหาก แล้วรู้อย่างนั้นทำไมไม่ห้ามกันล่ะ จะว่าไป ทำไมเมื่อคืนถึงกินขนาดนั้น ถ้าไม่เพราะภานุหรือว่า หรือว่ามัน
รู้ได้ไงว่าน้องกอล์ฟเขายอมน้องพัด....... ร่างสูงหันมองร่างเล็กเคียงข้าง นัยย์ตาสวยไหวระริก
เห็นไอ้กอล์ฟมันหงอทุกที..ไม่กล้าหือ ร่างบางตอบกลับ แต่ไอ้สายตาแบบนี้นี่มัน มันน่าสงสัย
อะไร....มีเบื้องหลังหรือไง....หรือว่า.แก....ร้ายนักนะ..งั้นเรื่องเมื่อคืน.....แผนแกเหรอเนี่ย มือเล็ก ๆ รัวทุบร่างสูงอย่างนึกโกรธ เจ้าเล่ห์นักนะ แผนภานุเหรอเนี่ย มันน่านัก
โอ้ยยยยยยยยย เจ็บ..โหดจังเลย...ยังมีแรงมาทุบอีกเหรอเนี่ย ร่างสูงหัวเราะลั่น วิ่งหนีร่างบางที่ตามมาทุบไม่ยั้ง
ก่อนจะรวบมือเล็ก ๆ ไว้ และกุมมือบางจูงเดินรับลมทะเลไปพร้อมกัน
ยังนึกอยู่เลยนะว่าจีบข้าวโพดติดตอนไหน ภานุเดินยิ้มกับคนตัวเล็กที่เดินเคียงข้าง
รู้ได้ไงว่าจีบติด.....เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย ข้าวโพดตอบกลับ จะให้บอกได้ไงว่าเป็นแฟน
ยังอายอยู่เลยนะ ถึงจะเลยเถิดไปถึงไหนแล้วก็เถอะ แต่ว่าจะให้บอกว่าเป็นแฟนกับผู้ชายเนี่ย มันก็ยังไงยังไงอยู่เหมือนกัน
อะไรนะ....ยังไม่เป็นอีกเหรอ...ทามมายจายร้ายจางน๊า..... ภานุหันมายิ้มจนตาหยี ดูหน้าคนปากแข็งสิ ตอบมาแล้วยังหน้าแดงขนาดนี้อีก
พี่คะ.......พี่คนตัวสูงอ่ะค่ะ หญิงสาวร่างบางน่ารักเดินเข้ามาหาสองร่างที่ชะงักนิ่ง
ผมเหรอครับ..... ภานุชี้นิ้วเข้าหาตัว จำคนผิดรึเปล่านะ ไม่เคยรู้จักกันนี่นา
ค่ะ.....คือ....คนสวย ๆ ที่นั่งที่เตียงผ้าใบนั่นน่ะ...เขาขอเบอร์ได้มั้ย ภานุหันกลับไปมองตามที่หญิงสาวคนนั้นบอก
หญิงสาวในชุดบิกินี สีสวย หน้าตาน่ารัก กำลังโบกมือให้กับเขาอยู่ อือ โอเคเลยนี่นะ
สวยใช้ได้เลย ภานุนิ่งคิด
หญิงสาวคนนั้นยื่นกระดาษพร้อมปากกาให้ ภานุจึงเขียนอะไรยุกยิกลงในกระดาษ พับและส่งคืนให้กับหญิงสาวคนนั้น ร่างสูงส่งยิ้มจาง ๆ
ข้าวโพดรีบเดินลิ่วห่างออกไปอย่างไม่พอใจทันที
จนร่างสูงต้องรีบวิ่งตาม
เป็นไรอ่ะ....ข้าวโพดเป็นไรวิ่งหนีอีกแล้ว ภานุวิ่งเข้าหาและฉุดรั้งมือเล็ก ๆ นั้นไว้ได้ทัน
ให้เบอร์ไปแล้วใช่มั้ย.....สวยนี่แจกมากี่คนแล้วล่ะ ใบหน้าหวานงอง้ำ เดินอยู่ด้วยกันแท้ ๆ แต่กลับไปแจกเบอร์คนอื่นหน้าตาเฉย รู้อยู่หรอกว่าพักนี้มีคนมาเกาะแกะกับภานุเยอะไปหมด แต่ภานุก็ไม่ทำให้ต้องกังวลสักครั้ง
ยังแสดงความรู้สึกให้เห็นตรง ๆ แต่วันนี้ .....เล่นแจกเบอร์กันแบบไม่เกรงใจแบบนี้เลยเหรอ อย่าหวังจะง้อเลย
ใครแจกอะไร..... ภานุงงเต็มที เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยโกรธอีกแล้ว หรือว่าหึง.....แบบนี้มันหึงนี่นา
ร่างสูงยิ้มได้ ชัวร์แล้วแบบนี้ แน่นอนเลย หึงเขาแน่
ก็คนเมื่อกี้ไง....เห็นนะว่าทำอะไร.... ร่างเล็กกระฟัดกระเฟียด พยายามจะแกะมือของร่างสูงออกให้ได้
ไม่ได้ทำอะไร....แฟนอยู่ทั้งคน...เอ๊ะ..ลืมไปไม่ใช่นี่นา ภานุอุทานเบา ๆ และปล่อยมือเล็ก ๆ นั้นออกทันที
ใครว่าไม่ใช่......ข้าวโพดเป็นแฟนหนุ่มแล้ว...ถ้าคิดจะทิ้งกันนะ...ลองดู ร่างบางเป็นฝ่ายยึดมือร่างสูงไว้แน่น
และชี้นิ้วเข้าที่หน้าผากกว้างนั้น ทำหน้าตาขึงขังข่มชายหนุ่มทันที
พูดเองนะ...ว่าแฟน....ตกลงว่าเป็นแฟนนะ ภานุหัวเราะออกมา
ใช่..........จะให้ย้ำชัด ชัดมั้ยว่าเป็นแฟน..อ๊ะ ร่างบางเน้นเสียงจริงจัง และก็ต้องปิดปากตัวเองแน่น
อีกแล้ว..........ตกหลุมมันอีกแล้ว พูดเองเออเอง แล้วเพิ่งมาหน้าแดง ทำไมนะ
ชอบคิดว่าภานุมันซื่อ แต่ก็ตกหลุมพรางของหน้าซื่อ ๆ นั้นทุกที
เป็นแฟนแล้วนะ เป็นแฟนแล้ว เป็นแฟนกัน เป็นแฟน เป็นแฟน ร่างสูงเดินตามมาล้อเลียนร่างบางที่เอาแต่เดินสะบัดหน้าหนี เออ ล้อเข้า ล้อเข้าไป สนุกมั้ยเนี่ย
เออ..เป็น..หยุดล้อได้แล้ว......แล้วแจกเบอร์เขาไปทำไมล่ะ ร่างเล็กเอามืออุดหู ตะโกนถาม ล้ออยู่ได้อายนะ
แจกอะไร...แค่เขียนว่า-----มีแฟนแล้วครับ----คนที่จูงอยู่เนี่ยแหละ---น่ารักมั้ย-- ก็แค่นั้นเอง ร่างสูงตอบกลับ
พยายามดึงมือที่อุดหูออก
อะไรนะ...บอกว่า..บอกว่าอะไรนะ ร่างบางมีสีหน้างุนงง ไปบอกเขาอย่างนั้นได้ไง....เดี๋ยวเขาก็หาว่าประหลาดหรอก มิน่าล่ะ ผู้หญิงคนนั้นมองเขาแปลก ๆ เพราะไอ้บ้าหนุ่มนี่เอง
ก็จริงนี่.....แม่หนุ่มบอกว่าให้พาลูกสะใภ้ไปหาบ่อย ๆ ด้วยและให้ชวนไปอยู่ด้วยกันเลย ร่างสูงดึงให้ร่างเล็กหยุดเดินและมองตรง ๆ ที่ดวงตากลมโต จริงจัง มุ่งมั่น
อะไรนะ..... ใบหน้าเนียนหวานหลบสายตาคมนั้น เสหลบไปทางอื่น ใบหน้าแดงก่ำ
แม่บอกว่าให้รีบ ๆ แต่ง แต่งกันได้แล้ว...ที่บ้านยอมรับแล้ว ดวงตาคมทอดมองอย่างอ่อนโยน
บ้า....แต่งได้ไงผู้ชายเหมือนกัน.. ร่างบางหลบตา ไม่ยอมมองร่างสูงจริงจัง
ไม่แต่งก็หมั้นไว้ก่อน..... มือแกร่งหยิบกล่องเล็ก ๆ ที่เมื่อเปิดออกเป็นแหวนทองเกลี้ยงเล็ก ๆ น่ารักวงหนึ่ง
นะ....... ร่างสูงบรรจง สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของร่างบาง และจุมพิตแผ่วเบา
อะไร....ทำอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย ร่างบางรีบผละออกจากร่างสูง อายจนไม่อยากให้ภานุได้เห็น
อะไรอ่ะ...ก็หมั้นกันอ่ะ...หมั้นกันแล้วด้วย ร่างสูงเดินตาม หัวเราะในความน่ารักของร่างบาง
ขนาดนี้นะ...ยังจะวิ่งหนีเขาอีก
อยากหมั้นเหรอ...มาดิ...จับให้ได้ก็แล้วกัน ร่างบางวิ่งหนีร่างสูงที่วิ่งตาม หยอกล้อกอดรัดกัน อย่างสนุกสนาน
ท่ามกลางดวงอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นจากท้องฟ้า และเสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง
สำหรับทั้งคู่แล้ว ระยะทางยังอีกยาวไกลนัก สำหรับวันนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นวันใหม่ของอีกวัน เท่านั้นเอง
------จบ-------
edit @ 2006/05/03 09:44:30
โหย ลงโหดมากเลยนะเนี่ย รวดเดียวเป็นสิบเลย