2006/May/03

รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอน 1

ร่างบางรีบลุกเดินออกจากโต๊ะม้าหิน หน้าตึกคณะวิศวะเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังก้าวเข้ามาที่โต๊ะม้าหินนั้น

หนีอีกแล้ว อย่าหนีสิครับพี่ ร่างสูงตะโกนเสียงดังพร้อมกับพยายามวิ่งตามร่างเล็กกว่าที่วิ่งหายไปหลังตึก

พี่รอด้วย พี่ รอผมด้วย หนุ่มร่างสูง ที่มาพร้อมกับเป้สะพายหลังใบใหญ่ สวมแว่นหนาเตะวิ่งตามร่างเล็ก ๆ นั้นอย่างทุกลักทุเล ตะโกนไล่ตามเสียงโหวกเหวก เป็นที่ขบขันกับคนที่ได้เห็น

ไอ้โพดมันเอาอีกแล้ว มันจะแกล้งไปถึงไหนวะ สงสารไอ้เด็กแว่นนั่นจริง ๆ หนึ่งในกลุ่มชายล้วนที่นั่งหัวเราะกันเอ่ยขึ้น

ใครมาเป็นน้องรหัสมัน ซวยอย่างนี้แหละ แต่เสือกมาเป็นไอ้แว่นเข้า กูล่ะสงสารมันจริงๆ หนุ่มอีกคนในกลุ่มให้ความเห็น พร้อมกับหัวเราะท่าทางวิ่งทุลักทุเล ของร่างสูงอย่างขบขัน

***************************************************

เหนื่อยชิบหาย เฮ่อ ร่างเล็กหอบจนตัวโยนเมื่อวิ่งมาถึงข้างสระน้ำโรงอาหาร ซึ่งเป็นสนามหญ้าเขียวขจี ก่อนจะลงนั่งที่สนามยืดขาอย่างสบายใจ พร้อมกับอมยิ้ม

ไอ้แว่นเอ้ย สงสารเอ็งเหมือนกันนะ แต่ทำไงได้วะ ข้าต้องทำหน้าที่พี่รหัสที่ดีว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ร่างเล็กนั่งหัวเราะสนุกสนานกับการแกล้งชายหนุ่มร่างสูงที่ใส่แว่นหนา ๆ อย่างกับว่ามันคืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เขาเคยคิดเหมือนกันถ้าไอ้บ้านั่นไม่ใส่แว่นหนาขนาดนั้นจะมองอะไรเห็นมั้ย เหมือนคนไม่ได้เรื่องเลย ขำจริง ๆ ที่มาได้น้องรหัสอายุมากกว่า เขาพอจะรู้อยู่เหมือนกันว่าภานุอายุมากกว่าแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใดทำไมคนที่เรียนเก่งมาก ๆ สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะ ถึงได้อายุมากกว่าเขา แต่มาเป็นรุ่นน้องเขา ซ้ำร้ายยังเป็นน้องรหัสเขาซะได้

ถือว่านายซวยเองว่ะ ที่มาเป็นน้องรหัสชั้น ร่างเล็กยิ้มกริ่มขำท่าทางของชายหนุ่มที่นึกถึง

พี่ข้าวโพดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงดังโหวกเหวก ไล่ตามมาติด ๆ ทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง

เฮ้อ ได้เวลาวิ่งอีกแล้ว ร่างเล็กค่อยย่องออกจากพุ่มไม้ แล้วกระโดดแอบหลบไปอีกทาง ดวงตากลมโตซุกซนสอดส่ายสายตามอง ก่อนที่จะหาทางหลบไปได้อย่างสะดวก โดยที่ร่างสูงไม่มีทางได้เห็น

**************************************

น่าสงสารภานุอยู่เหมือนกันที่สายตาสั้นมาก แถมยังสูงโย่งขนาดนั้น ใครได้เห็นก็คงจะนึกสงสาร แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของสมโภชน์ หรือข้าวโพด หนุ่มร่างบาง ที่มีใบหน้าหวานละมุนจนใครต่อใครหลายคนเข้าใจผิด เขาเป็นนิสิตคณะวิศวะและจับพลัดจับผลูได้มาเป็นพี่รหัสของภานุ

ครั้งแรกที่รู้ว่าภานุจะมาเป็นน้องรหัสของเขานั้น ก็นึกดีใจตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เพราะเท่าที่รู้ภานุเป็นผู้ที่สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะ คงจะเก่งมาก แต่ครั้งแรกที่เจอกัน ไอ้แว่นนั้น กลับทักทายเขาว่า

ดีใจจังเลยครับ พี่รหัสของผมเป็นผู้หญิง แถมสวยขนาดนี้ด้วย คณะวิศวะมีรุ่นพี่สวย ๆ อย่างนี้ผมดีใจจัง ร่างสูงขยับแว่น เพ่งมองร่างที่เล็กกว่า พร้อมกับส่งยิ้มเห็นฟันขาว เขาตั้งใจจะผูกมิตรกับพี่รหัสของเขา ครั้งแรกที่เห็นก็ยังอดตะลึงไม่ได้ ร่างเล็กบาง ดวงตากลมโต ผิวขาวใสเนียนละมุนนั้น ไม่อยากบอกเลยว่าเขาโชคดีอะไรขนาดนี้ที่มาได้พี่รหัสสวยน่ารัก จนหลายคนต้องนึกอิจฉาเขาแน่ ร่างเล็กนั้นจ้องมองเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้ และทักทายเขาอย่างดี มีอันต้องหุบยิ้มกะทันหัน แถมตากลมโต กลับมองเขาซะตาขวาง อย่างกับโมโหใครมาแน่ะ เอ๊ะหรือว่าเขาเข้าใจผิด เมื่อกี้พี่เขาก็ยังยิ้ม ๆ อยู่เลยนี่หว่า ร่างสูงขยับแว่นไปมา ทำหน้าเหรอหรา

พี่เป็นอะไรครับ ผมพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่า ร่างสูง ยืนเอียงซ้ายเอียงขวาขยับแว่นไปมา ซึ่งกลายเป็นบุคลิกประจำตัวเขาไปแล้ว

พูดไม่ดีมากด้วย แล้วก็ข้าเป็นผู้ชายเว้ย แหกตาดูดี ๆ ร่างเล็กเลือดขึ้นหน้าทันที จากที่ทักทายอย่างดีก็มีอันต้องโมโห อีกรายแล้ว อีกรายแล้ว ไอ้บ้าเอ้ย ถึงสายตาสั้นก็น่าจะเห็นนี่หว่าว่าใส่กางเกงไม่ได้ใส่กระโปรง โมโหเว้ย มันแยกกันไม่ออกเลยหรือไงว่าผู้หญิงผู้ชายมันต่างกันตรงไหน

อยากได้ลายเซ็นใช่มั้ย งั้นก็รอไปเหอะ ร่างเล็กหน้างอง้ำเดินลิ่วไป

ภานุตาโต อ้าปากค้าง ผู้ชาย........... พี่รหัสเขาเป็นผู้ชาย สวยขนาดนี้เนี่ยอะนะผู้ชาย เฮ้ยยยยยยยยยยยย

แล้วลายเซ็นอ่ะ ยังไม่ได้ลายเซ็นเลย พี่เขาวิ่งไปแล้ว ท่าทางจะโกรธมากด้วย ทำไงดีวะกู

ไอ้เซ่อเอ้ยยยยย ภานุได้แต่ด่าตัวเองในใจ เกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

*****************************

รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 2

ทำไมมันซวยอย่างนี้วะ ภานุเดินบ่นงึมงำ วันนี้เป็นวันปกติที่ต้องไปตามล่าลายเซ็นจากพี่รหัสของเขา

นึกถึงคนตัวเล็กกว่าแล้วเขาเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย พี่รหัสร่างบางน่ารักนั่น ร้ายกาจไม่ใช่เล่น วิ่งก็เร็ว

แถมตาดีอีกต่างหาก เห็นเขาก่อนทุกทีเวลาที่ไปขอลายเซ็น แถมวิ่งเร็วมาก ๆ ขาเขาว่ายาวแล้วแต่ไม่เคยวิ่งทันพี่ข้าวโพดซะที

ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกนะว่าโกรธที่ไปทักอย่างนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่ก็ไม่เห็นต้องโกรธขนาดแกล้งได้เช้าเย็นเลยนี่นา ภานุเดินคิดไปเรื่อย

วันนี้มันวันซวยอะไรไม่รู้ เช้ามาฝนก็ตก รองเท้าที่ตากไว้ก็เปียก ต้องเอารองเท้าผ้าใบคู่เก่ามาใส่ แถมเดินออกมาในซอยแถวบ้านก็ดันเดินตกหลุมเหยียบโคลนซะ เลอะเทอะ ร่มก็ไม่ได้เอามา เปียกฝนอีกต่างหาก แล้วนี่ยังถึงวันที่ต้องไปเล่นวิ่งไล่จับกับรุ่นพี่อีก ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีกลเม็ดอะไรมาแกล้งเขาอีก

เป็นอย่างนี้มาครึ่งปีแล้ว ก็ยอมรับอยู่หรอกว่าแรก ๆ ก็อึดอัดใจอยู่บ้าง แต่พอนานไป

กลับกลายเป็นเรื่องสนุกซะได้ ได้เห็นหน้าหวาน ๆ ที่แกล้งเขา เกือบทุกวัน วันไหนไม่เห็นหน้าเหมือนมันขาดอะไรไป ชีวิตที่เอาแต่เรียนของเขา มีสีสันขึ้น มันสนุกแบบแปลก ๆ บอกไม่ถูก

เขาโรคจิตหรือเปล่านะ ที่ชอบให้คนตัวเล็กกว่านั้นแกล้ง คิดไปคิดมา ก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน

******************************

ร่างเล็ก ๆ ที่ปีนขึ้นไปบนโต๊ะหินข้างสระน้ำ กำลังพยายามเอื้อมมือไปดึงมะม่วงสุกที่ห้อยลงมาอย่างทุลักทุเล ทั้งเขย่งขาทั้ง อะไรก็แล้วแต่ก็เอื้อมไม่ถึงซะที บริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนักเป็นที่ที่เหมาะกับการมาแอบงีบหลับ ระหว่างรอเรียนคาบวิชาต่อไปของร่างบางเป็นอย่างดี

วันนี้ถือฤกษ์งามยามดี ที่ไอ้มะม่วงลูกนี้มันสุกพอดี

เลยกะว่าจะต้องเก็บให้ได้ซะหน่อย ที่จริงร่างเล็ก ๆ นั้นไม่มีความจำเป็นต้องปีนขึ้นไปทำอะไรขนาดนั้นก็ได้

แต่ด้วยความซุกซน และความพยายามแบบแปลก ๆ ของตัวเอง จึงทำให้ร่างบางตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนโต๊ะเพื่อจะเก็บมะม่วงสุกลูกนั้นให้ได้

โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเลยว่ามีใครเดินเข้ามาใกล้ ๆ ภานุยืนขยับแว่นไปมา จะทักเลยดีมั้ย หรือว่าจะรอให้พี่เขาเก็บมะม่วงเสร็จก่อน ถ้าเกิดเก็บไม่ได้ขึ้นมาเดี๋ยวก็มาพาลโกรธอีก หรือจะทักเลย เพราะเดี๋ยวพี่เขารู้ตัวก็หนีไปอีก หรือว่าจะ...................................ภานุมัวแต่คิดไปคิดจนกระทั่ง

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ตก แล้วววววววว ร่างเล็กเอียงซ้ายเอียงขวาเนื่องจากยืนที่ขอบโต๊ะ โต๊ะมันกำลังจะพลิกคว่ำ ไม่น่าขึ้นมาเลย เพราะไอ้มะม่วงลูกเดียวแท้ ๆ ตายแน่กู ร่างบางหลับตาแน่น พยายามตะเกียกตะกายก่อนจะกลิ้งตกลงมา

ตุ๊บ ข้าวโพดหลับตาแน่น หล่นลงมาปะทะกับอะไรสักอย่าง ร่างเล็กยอมรับความเจ็บแต่โดยดี แต่......ไม่ยักกะเจ็บแฮะ อ้าว.... เฮ้ย ทับใครอยู่วะเนี่ย

ร่างเล็กเหลียวไปมองร่างที่อยู่ด้านล่าง

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ภานุร้องลั่น เมื่อร่างเล็กนั้นตกลงมาทับทั้งตัว มันไม่เจ็บขนาดนั้น แต่มันจุกมากกว่าที่คิด ดีที่ความสูงแค่นี้ไม่งั้นเขาคงโดนทับแบบแน่

ไอ้หนุ่ม เอ็งเองเหรอ ร่างบางอุทานก้มมองร่างที่อยู่ข้างใต้ ก่อนพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่ช้ากว่าร่างหนานั้นแล้ว ภานุใช้แรงที่เหลืออยู่กอดรัดร่างบางจากด้านหลังแน่น ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่งนั้นไปมา เพื่อให้หลุดจากการกอดรัดของร่างหนา

เอ็งจะทำไรวะ มากอดข้าทำไมเนี่ย ริมฝีปากบาง แหกปากโวยวาย ดิ้นรนจะออกจากอ้อมแขนของร่างสูงให้ได้

เดี๋ยวพี่ข้าวโพดหนีอีกอ่ะ ภานุยิ่งกอดแน่นเข้าอีก แว่นตาหล่นหายไปทางไหนแล้วไม่รู้ ตอนนี้ตาเขาเบลอจนมองอะไรแทบไม่เห็น ถ้าไม่รีบคว้าร่างเล็กนี้ไว้ เดี๋ยวต้องวิ่งหนีเขาอีกแน่ ๆ ใบหน้าคมนั้นเอียงเข้าหาเสียงที่ได้ยิน เขาเห็นไม่ชัดแต่คงเป็นหน้าพี่ข้าวโพดแน่

ข้าไม่หนีหรอกเว้ย ปล่อยข้าเดะ ร่างเล็กโวยวายไม่เลิก

ผมไม่เชื่อหรอก พอบอกไม่หนีทีไร ผมก็เห็นหนีทุกที ภานุไม่ยอมแพ้ ร่างบางนั้นยังคงดิ้นรนต่อไป พร้อมกับที่ร่างสูงก็ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างเล็กพยายามดิ้นแต่ร่างสูงก็ฉุดรั้งไว้ ต่างคนต่างสู้แรงกัน กอดรัดกันไปมาจนเหนื่อยหอบกันทั้งคู่

ข้าไม่ดิ้นแล้ว ปล่อยซะทีซิวะ ร่างบางหยุดนิ่งหอบหายใจหนัก หันหน้าไปหาร่างที่กอดรัดอยู่ด้านหลัง

จังหวะเดียวกับที่ภานุก้มหน้าลงพอดี เลยกลายเป็นว่าริมฝีปากบางนั้นหันไปชนกับริมฝีปากของเจ้าของร่างด้านหลังเข้าพอดี

อ๊ะ เสียงอุทานเบา ๆ ของร่างเล็ก ก่อนที่ใบหน้าหวานนั้นจะผละออก

ถึงจะมองไม่เห็นชัดนัก แต่ภานุก็รับรู้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ร่างสูงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เมื่อกี้ไม่ผิดแน่ แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากของร่างบางในอ้อมแขน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมากระทันหัน มันตื่นเต้นอะไรกันบอกไม่ถูก

ซึ่งก็ไม่ต่างจากร่างเล็ก ๆ นั้น ใบหน้าเนียนขาวแดงก่ำขึ้นมาทันที ถึงจะรู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญก็เถอะ แต่ว่ามัน

ปะ ปะปล่อยได้ยัง ร่างเล็กเสียงตะกุกตะกัก ลมหายใจไม่เป็นจังหวะ

เอ่อ อะ คะ ครับ พอกับภานุที่เกิดอาการเดียวกัน เขายอมปล่อยร่างเล็ก นั้นง่าย พร้อมกับควานหาแว่นที่หล่นอยู่ข้างตัวมาใส่

ข้าวโพดลุกขึ้น ก้มหน้าก้มตาปัดฝุ่นตามตัวซ่อนใบหน้าแดงซ่านนั้นไว้ ก่อนจะเอ่ยถามร่างสูงที่ลุกขึ้นพร้อมกัน

ไหนสมุดล่ะ จะให้เซ็นตรงไหน ร่างบางเอ่ยถาม

เดี๋ยวแปปนึงครับ ภานุควานหาสมุดเล่มเล็กพร้อมปากกา ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ

ช้าจริง ร่างเล็ก บ่นเสียงเบา ตอนนี้เขาไม่ได้มองหน้าภานุเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น

นี่ครับ ภานุยื่นสมุดเล่มเล็กพร้อมกับปากกาให้กับร่างบาง

มือเรียวขาวนวล เซ็นชื่อหวัดไปหวัดมาสองสามครั้งก่อนจะส่งสมุดกลับคืนร่างสูงแต่โดยดี

พี่เอวเล็กจัง แถมตัวหอมด้วย ใช้น้ำหอมอะไรเหรอพี่ ภานุหลุดปากพูดไปตามซื่อ เมื่อสักครู่ที่เขากอดรัดร่างเล็กนั้นทำให้ได้รู้ว่า ทั้งเอวทั้งหลังมันเล็กบางไปหมด ผิวเนื้อเนียนขาว อย่างกับไม่ใช่ผู้ชายเหมือนกับเขาแน่ะ แถมตัวยังหอมอีกต่างหาก เขาสูดกลิ่นหอมจากเจ้าของร่างเล็กบางนั้นเต็ม ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นหวาน ๆ เหมือนกลิ่นผลไม้ มันหอมชื่นใจดีเหลือเกิน

พูดบ้าอะไรของเอ็งวะ ฟังไม่รู้เรื่อง ร่างเล็กเสมองไปทางอื่น เขาได้ยินชัดเจนแต่แกล้งพูดไปอย่างนั้น หัวใจยังเต้นไม่หยุด

ก็ผมบอกว่าพี่ตัวหะ ภานุยังพูดไม่ทันจบ ร่างเล็กก็โบกมือไล่ทันที

ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะขึ้นเรียนแล้ว เอ็งก็รีบไปขึ้นเรียนซะที ร่างเล็กถือโอกาสผละหันหลังเดินห่างจากร่างสูงทันที

อะไรอ่ะพี่ โกรธอะไรผมอีกเนี่ย พี่ ภานุไม่เข้าใจรีบเดินตามร่างเล็กนั้น

ไม่ได้โกรธเว้ย เอ็งก็รีบไปซะที ข้าจะไปแล้ว ข้าวโพดรีบวิ่งหนี ไม่ให้หนีได้ไงอ่ะ ก็ตอนนี้หน้ามันแดงจนบอกไม่ถูกแล้ว ขืนให้เห็นได้อายกันพอดี แต่ไอ้เจ้าบ้านั่นยังวิ่งตามมาอีก อะไรของมันวะ

อย่าตามมานะเว้ย ถ้าเอ็งตามมาคราวหน้าข้าไม่เซ็นชื่อให้แน่ ร่างเล็กตะโกนไล่หลังกลับมา

ภานุหยุดเท้าทันที เขากลัวว่าพี่รหัสคนสวยจะไม่เซ็นสมุดให้

แต่ที่มากกว่านั้น เมื่อกี้มันอะไรอ่ะ เกิดมาไม่เคยเป็น

ใจมันสั่น หน้ามันชา ปฏิกิริยาอะไรวะ ช่วงเวลาที่ริมฝีปากบางแตะที่ริมฝีปากเขานั้น เหมือน ทุกอย่างมันหยุดอยู่กับที่ มือหนาแตะเบา ๆที่ริมฝีปากของตัวเอง

พี่ข้าวโพด แกล้งอะไรผมอีกเนี่ย ภานุบ่นงึมงำ เสียงหัวใจเต้นดังเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้

*******************************

รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอน 3

ปวดหัวจังเลย ภานุเดินเอามือกุมขมับ นัยย์ตาร้อนผ่าว รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวยังไงบอกไม่ถูก ลำคอแห้งผากไปหมด เขาฝืนใจมาเรียนวันนี้เพราะว่า สัปดาห์หน้าจะสอบแล้ว หากไม่เข้าเรียนอาจไม่ทันได้ ถึงแม้จะเรียนเก่ง และหัวดีมากแต่ภานุไม่เคยชะล่าใจ เขายังคงอ่านหนังสือจนเป็นเรื่องปกติ และไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งเลยสักนิด เขาคิดแต่ว่าตัวเองเป็นไอ้เซ่อคนหนึ่งถ้าไม่ตั้งใจเรียน ก็จะตามคนอื่นไม่ทัน

ไม่ต้องเอาอะไรมากหรอก แค่ปัญหาเมื่อวานระหว่างเขากับพี่ข้าวโพด เขายังแก้ไม่ได้ ชายหนุ่มไปเปิดหาในหนังสือหลายเล่มเพื่อค้นหาว่าไอ้ อาการชาที่หน้า หัวใจเต้นตึกตักจนดูน่ากลัวนั้นมันมีสาเหตุมาจากอะไร มันไม่ใช่อาการอย่างนั้นอย่างเดียวแต่ว่าเขารับรู้ได้ถึงความสุขและอยากเข้าใกล้ร่างเล็กนั้นเข้าไปอีก เขาแปลกไปหรือเปล่านะ และก็อีกเช่นเคยวันนี้เขาก็ยังคงต้องตามล่าลายเซ็นจากพี่ข้าวโพดคนสวยอยู่ดี ไม่รู้ว่าวันนี้จะหายโกรธหรือยัง เมื่อวานพี่ข้าวโพดหน้าแดง ๆ ตกลงมาจากโต๊ะอย่างนั้น จะบาดเจ็บอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือว่าหน้ามืดไม่สบายถึงได้หน้าแดงขนาดนั้น เขาเองก็ไม่น่าไปดึงกอดรัดพี่ข้าวโพดอย่างนั้นเลยพี่เขาคงจะอึดอัดและรำคาญมากที่ชายหนุ่มทำอย่างนั้น แต่ว่านะกลิ่นหอม ๆ นั้นมันยังติดจมูกอยู่เลย พี่ข้าวโพดตัวนิ้ม นิ่ม ร่างเล็กนุ่มนิ่มที่ได้กอดไว้วันนั้นมันทำให้เขารู้สึกดีจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ แต่วันนี้ถ้าเจอพี่ข้าวโพดแล้ว คงให้พี่ข้าวโพดแกล้งไม่ได้ เพราะวันนี้ขนาดยืนยังจะยืนไม่อยู่

สงสัยเพราะเดินตากฝนเมื่อวาน เลยทำให้ปวดหัวขนาดนี้ เอาน่ะเรียนเสร็จแล้วขอเลายเซ็นพี่ข้าวโพดเสร็จก็กลับบ้านกินยานอนดีกว่า

ร่างสูงขยับแว่นไปมา ก่อนจะรีบเดินไปที่โต๊ะหินข้างสระน้ำที่ร่างบางชอบไปนั่งเป็นประจำ

มาแล้ว มาแล้ว ทำหน้าไงดีวะเนี่ยไอ้โพด ร่างเล็กกระสับกระส่ายใจเต้นไม่เป็นส่ำ อาการนี้มันเป็นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว นึกถึงหน้าของไอ้แว่นนี่ทีไร ใจมันก็เต้นไม่หยุดทุกที เป็นอะไรวะเนี่ย ร่างเล็กเหลือบตาไปเห็นร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้ เตรียมออกวิ่งทันที

ปราโมทย์เดินมานั่งแปะ ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับร่างเล็ก ควานหาสมุดเล่มเล็กในกระเป๋าเสื้อ วันนี้เขาคงไม่มีแรงจะต่อกรกับร่างเล็กนี้จริง ถ้าร่างบางตรงหน้าไม่เซ็นสมุดให้เขา แล้ววิ่งหนีเขาอีก เขาเองก็ไม่มีแรงจะลุกไปรั้งไว้เหมือนทุกวันแน่ ๆ ภานุคิดอย่างท้อใจ เขารู้สึกว่าหัวหมุนติ้วไปหมด ใบหน้าเนียนสวยหวานที่เขานึกถึงทุกวันเริ่มเบลอ

ข้ามีเรียน อยากได้ลายเซ็น วิ่งตามมาเอาเองนะเว้ย ร่างเล็กพูดเร็วปร๋อก่อนจะลุกขึ้นเตรียมวิ่งหนี

................................................................................ ภานุนั่งเงียบ ๆ ไม่ลุกขึ้นวิ่งตามเหมือนทุกครั้ง จนเจ้าของร่างบางนั้นอดสงสัยไม่ได้

ร่างเล็กหันหลังเดินกลับยืนใกล้ ๆ กับร่างสูง ที่นั่งนิ่งเหมือนไม่รับรู้อะไร

ข้าจะวิ่งหนีเอ็งแล้วนะ ใบหน้าหวานงอง้ำเหมือนไม่ได้ดั่งใจ

ครับ ภานุรับคำ แม้แต่เสียงจะพูดยังไม่มีเลย แล้วจะให้เขาทำอะไรได้

เอะเป็นอะไรวะวันนี้ ไม่เหมือนทุกวัน.............. ร่างเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ นิ่งคิด และเริ่มรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ซ่านมาจากร่างหนาที่นั่งนิ่งอยู่

มือเล็กบางเอื้อมไปแตะเบา ๆ ที่แขนของภานุ

ตัวร้อนจี๋เลย เอ็งเป็นอะไรวะ ไม่สบายนี่หว่า ริมฝีปากงามอุทานเสียงดัง เวรเอ้ย........ เขานี่ก็บ้าดีแท้ ภานุไม่สบายขนาดนี้ ยังมีหน้ามาคิดแกล้งอีก ร่างเล็กบางอยากจะเขกกะโหลกตัวเองสักทีสองที

กินยาหรือยังเนี่ย น้ำเสียงและสีหน้าเป็นห่วงของร่างบาง นั้นทำให้ภานุยิ้มได้ แม้จะเป็นยิ้มแบบฝืน ๆ ก็เถอะ

ยังครับ............. แต่ว่าพี่ข้าวโพดตอนนี้ผมลุกไม่ไหวแล้ว ภานุยิ้มแห้ง ๆ มันมึนหัวไปหมด เขาว่าถ้าหากเขาลุกขึ้นตอนนี้ต้องหน้ามืดแน่ ๆ

ผมกะว่าจะเอาสมุดมาให้พี่เซ็นแล้วค่อยกลับบ้าน ภานุฝืนพูดต่อไป ใบหน้าคมนั้นซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด ความร้อนจากร่างกาย แผ่ไอความร้อนออกมา จนคนข้าง ๆ สัมผัสได้ ภานุรู้สึกหนาวไปหมด ทั้งที่เหงื่ออกจนแทบจะท่วมตัวอยู่แล้ว

ลายเซ็นอะไรวะ ไม่ต้องสนใจแล้ว บ้านเอ็งอยู่ไหนเนี่ย ข้าจะไปส่ง ร่างเล็กบางฉุดให้ร่างหนานั้นลุกตามทันที

ตอนนี้เขาไม่คิดอะไรแล้ว รู้สึกเป็นห่วงร่างหนานั้นเต็มทน

**********************************

ภานุบอกทางคนขับอย่างมึน ๆ ดีที่ร่างบางนี้มากับเขาด้วย ไม่งั้นถ้าเป็นอะไรไปเขาคงแย่ ตอนนี้พ่อกับแม่เขาไปบ้านญาติที่ต่างจังหวัดจึงเหลือเขาอยู่บ้านคนเดียว พร้อมกับแมวอีก 3 ตัว กว่าจะมาถึงบ้านได้ ก็เล่นเอาเหนื่อย

ตาของเขาแทบจะปิดอยู่แล้ว อยากจะหลับเสียกลางทางให้ได้ ดีที่พี่ข้าวโพด ให้ยืมไหล่ซบมาได้ตลอดทาง

โดยไม่ทำท่าโวยวายเหมือนเคย แถมยังลากเขาเข้าบ้านได้ อย่างทุลักทุเล หลังจากลงจากรถแท็กซี่แล้ว

บ้านเอ็งไม่มีใครอยู่เลยเหรอวะ ร่างบางขมวดคิ้วมุ่น บ้านของภานุดูเงียบเหงาผิดปกติ หลังจากที่เขาลากร่างสูงนั้นมานอนแหมะบนเตียงได้สำเร็จ

พ่อแม่ไปบ้านยาย ที่ต่างจังหวัด กลับมาอาทิตย์หน้า ภานุบอกเสียงเบา ดวงตาคมเริ่มหรี่ปรือหลังจากกินยาที่ร่างบางค้นหามาได้จากตู้ยาในบ้านของเขา

ขอบคุณมากครับพี่ข้าวโพดที่พาผมมาส่ง ภานุส่งยิ้มให้ รู้สึกขอบคุณพี่รหัสของตัวเองอย่างเหลือกำลัง นี่ถ้าไม่ได้พี่ข้าวโพดมาส่งป่านนี้เขาจะไปสลบอยู่แถวไหนกันแล้วนะ

เออ.............ยังไงเอ็งก็เป็นน้องข้าว่ะ ร่างเล็ก ๆ ตอบกลับมา แต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากภานุแล้ว ร่างสูงนิ่งหลับไปทั้งอย่างนั้น

หลับซะแล้ว................ ร่างเล็กส่ายหัวยิ้ม มองร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่ตรงหน้า ร่างบางมองภาพชายหนุ่มที่ มีผ้าห่มคลุมจนถึงอก แว่นตายังไม่ได้ถอดเลยด้วยซ้ำ ข้าวโพดยืนพิศดูร่างสูงที่ใบหน้าขาวซีดขาว ลมหายใจที่ติดขัด ไม่สม่ำเสมอเหมือนสภาวะปกติแล้วก็ถอนใจ

มือเล็ก ๆ เอื้อมไปถอดแว่นออกจากใบหน้าคม ที่หลับสนิทแลดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลย

*********************************

อือ. ภานุครางเสียงแผ่ว เมื่อรับรู้ถึงความเย็นที่หน้าผาก และร่างกายแขนขา

ดวงตาคมหรี่ปรือ เห็นภาพไม่ชัดนัก แต่เขาจำได้ จำกลิ่นหอม ๆ นี้ได้

ร่างเล็กสาละวนอยู่กับการเช็ดตัวให้กับรุ่นน้องตรงหน้า ภานุตัวหนักเหลือเกินกว่าจะถอดเสื้อกว่าจะเช็ดตัวให้ได้ก็เล่นเอาหอบ

พี่ข้าวโพดจ๋า ภานุส่งยิ้มหวานจ๋อย เขาคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ ที่เห็นพี่ข้าวโพดมาดูแลเขาอยู่ตรงหน้า

มือหนาคว้ามือนุ่มนิ่มที่กำลังสาละวนอยู่กับการใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดไปตามแผ่นอกกำยำนั้น

แล้วเอาแนบไว้ที่แก้มของตัวเอง

มือพี่ข้าวโพดเย็นจังเลย มันทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ภานุยังคงยิ้ม ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

อะ อะ อะไรของเอ็งวะไอ้หนุ่ม ร่างเล็กทำหน้าเลิ่กลั่ก ไอ้รุ่นน้องบ้ามันทำอะไรของมันเนี่ย เช็ดตัวให้อยู่ดี ๆ คว้ามือไปแนบแก้ม แถมยังทำท่านอนหลับอย่างมีความสุขอีก

ร่างบางพยายามจะดึงมือกลับ แต่ขนาดหลับภานุยังดึงมือเล็กนุ่มนวลไว้ไม่ยอมให้ห่างตัว

มือเล็ก ๆ อีกข้าง ของข้าวโพด เอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกอยู่ที่หน้าผากมนของคนป่วย

เขาพิศมองดูใกล้ แพขนตายาว รับกับจมูกโด่งนั้น ดูดี ๆ แล้ว ภานุจัดได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีพอสมควรเขาไม่เคยสังเกตเห็น เพราะภานุเอาแต่ใส่แว่นหนา 3 นิ้ว ปกปิดใบหน้าตัวเองอยู่อย่างนั้น นี่เจ้าตัวจะรู้บ้างมั้ยเนี่ย ว่าหน้าตาจริง ๆ มันหล่อเหลาขนาดนี้ แถมตอนนี้ยังดูขี้อ้อนน่ารักอย่างกับเจ้าลูกแมวสองตัว ตัวเล็กที่มาป้วนเปี้ยนพันแข้งพันขาของร่างบางอยู่

ใบหน้างามยิ้มกระจ่างใส ก่อนจะก้มลงลงที่หน้าผากมนนั้น ริมฝีปากบางสัมผัสแผ่วเบากับหน้าผากของชายหนุ่ม

ที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวก่อนจะชะงักงัน ขึ้นมากะทันหัน

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย.......ทำอะไรอยู่วะเนี่ยกู ร่างเล็กหยุดนิ่ง บ้าน่า

เขาเห็นว่าภานุน่ารักขึ้นมาได้ไง ภานุเป็นผู้ชายนะ แถมเมื่อกี้ยัง ยัง ยังก้มไปจูบหน้าผากมนนั้นอีก

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ร่างเล็กงามตะโกนร้องลั่นอยู่ในใจ

*****************************************

รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 4

พัดเหรอ ร่างเล็ก ๆ คุยกับผู้ที่รับสายปลายทาง เขาโทรเข้าที่บ้านหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีคนรับสาย จึงโทรไปหาน้องชาย

อื้อ....มีไรอ่ะโพด พัฒนารับสาย พี่ชายฝาแฝดของเขาโทรมาทำไม ปกติไม่ค่อยโทรหา สงสัยจะมีธุระจริง ๆ

พัฒนาและสมโภชน์เป็นพี่น้องฝาแฝดที่เหมือนกันมาก หลายคนทักผิดทักถูก ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกว่าเป็นฝาแฝดกันและยิ่งเหมือนกันมากที่สุดก็ไอ้นิสัยขี้เล่นเนี่ยแหละ ที่ทำให้เกิดเรื่องอยู่บ่อย ๆ จนพ่อกับแม่ต้องจับแยกให้เรียนกันคนละที่ เพราะปวดหัวที่ทั้งสองช่างขี้เล่นเกินเหตุและขยันหาเรื่องให้ทุกวัน

แม่ไม่อยู่บ้านมั้ง เมื่อกี้โพดโทรหาแม่แล้ว จะบอกว่าวันนี้จะค้างบ้านรุ่นน้อง ปลายสายส่งเสียงบอกถึงจุดประสงค์ที่โทรมา

เออ เดียวบอกให้ น้องชายรับคำ

เออขอบใจว่ะ ข้าวโพดตอบรับคำน้องชาย และอดขอบใจไม่ได้ที่พัฒนาไม่ใช่คนจู้จี้งี่เง่าที่ชอบถามอะไรซักไซ้มาก

อ้าว .............งั้นข้าววันนี้โพดก็อดดิ แม่ทำแกงมัสมันกับต้มข่าไก่ด้วยนะเว้ย พัฒนาตอบกลับพี่ชาย ทั้งสองมักจะหยอกล้อกันเป็นประจำ บางทีก็ข่มกันมั่ง บางทีก็อำกันเอง อำไปอำมาจนไม่รู้ว่าใครอำใคร

เฮ้ยยยยยยยยย จริงดิ ไอ้พัดถ้าเอ็งกินหมดข้ากลับไปเตะแน่ ข้าวโพดโวยวายเสียงลั่น

แต่ช้ากว่าพัฒนาเสียแล้ว น้องชายตัวแสบตัดสายทิ้งกะทันหัน พร้อมกับหัวเราะกระหยิ่มยิ้มย่องที่แกล้งพี่ชายได้

***********************

อื้อออออออ ภานุขยี้ตา แสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามามันทำให้เขาแสบตา จนต้องควานหาแว่นตาที่หัวเตียงมาใส่

และสายตาของเขาก็ชะงักนิ่ง ร่างเล็กนั่งหลับสนิทโดยเอาหัวฟุบอยู่ที่ข้างเตียงที่ชายหนุ่มนอนอยู่ คนตัวเล็กกว่านั้นสวมเสื้อผ้าของภานุ เสื้อเชิตตัวโคร่งสีขาวมันยิ่งทำให้คนที่ตัวเล็กกว่า ตัวเล็กลงเข้าไปอีก นี่คงจะค้นจากตู้เสื้อผ้าของเขากระมัง ร่างเล็กที่หลับใหลไม่รู้เรื่องนั้นทำให้เขามองค้าง

สวย ภานุบอกกับตัวเอง

เมื่อวานชายหนุ่มจำได้ว่าไม่สบายมาก แล้วร่างบางนี้ก็พาเขามาส่งที่บ้านแล้วเขาก็เผลอหลับไป หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว แต่จำได้ลาง ๆ ว่าฝัน ฝันดีมาก ๆ ในฝันมีร่างงามนี้อยู่ด้วย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างเล็ก ๆ นี้หลับใหลอยู่ข้างกาย มือของเขาถูกเกาะกุมด้วยมือเล็ก ๆ ของร่างบาง

นี่เขานอนจับมือกับพี่ข้าวโพดทั้งคืนเลยเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อ พี่ข้าวโพดที่แสนจะขี้โวยวายเนี่ยอะนะ ยอมให้เขาจับมือ

อือ ร่างเล็กขยับยุกยิก เงยหน้าขึ้นขยี้ตา

ภานุรีบลงไปนอนทำแกล้งทำเป็นหลับทันที เขาอยากรู้ว่าคนตัวเล็กกว่าจะทำยังไงหลังจากตื่นนอน

ไข้ลดยังเนี่ย ข้าวโพดลุกขึ้นนั่งเต็มตัว เอื้อมมือไปเตะที่หน้าผากมนของรุ่นน้อง ในขณะที่อีกมือยังเกาะกุมอยู่กับมือภานุ

ตัวยังรุม ๆ อยู่เลย ร่างเล็กบ่นอย่างขัดใจ ก่อนจะปลดมือของอีกฝ่ายออก และหยิบผ้าขนหนูลงมาในกะละมังใบเล็ก บิดพอหมาด แล้ววางแปะไว้ที่หน้าผากของคนป่วยเพื่อลดความร้อนอีกครั้ง

ถ้าไม่รีบหายเร็ว ๆ ข้าทำอะไรเอ็งไม่รู้ด้วยนะเว้ย ร่างเล็กกระซิบเสียงแผ่วกับใบหูของร่างสูง ไม่คิดจะให้ชายหนุ่มได้รับรู้หรอก

แต่ภานุ..................... ได้ยินชัดเจน แบบเต็ม ๆ

*********************************

ภานุลืมตาขึ้นหลังจากที่ข้าวโพดเดินออกไปแล้ว เขาแตะที่หน้าผากตัวเอง หมายความว่าไงกันที่พี่ข้าวโพดพูด เมื่อคืนนี้เรื่องที่เขาฝันท่าทางจะไม่ใช่แค่ความฝันซะแล้ว ภานุไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำหน้าดีใจขนาดไหน ดวงตาคมตาเป็นประกาย เปี่ยมด้วยความสุข เวลาที่พี่ข้าวโพดไม่แกล้งเขาอย่างนี้ พี่ข้าวโพดน่ารักเหลือเกิน จนเขาอยากจะกอดรัดร่างเล็ก ๆ นั้นอีกครั้ง คิดถึงความหอมจากตัวของคนร่างเล็กกว่าแล้วมันทำให้จิตใจเขาหวั่นไหวขึ้นมา

เอาอีกแล้ว หัวใจ................มันเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว เขาเป็นอะไรกันนะเนี่ย

*********************************

รักนี้ต้องลองดูหน่อย ตอนที่ 5

มือเล็ก ๆบรรจงเทโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปลงไปในหม้อที่มีน้ำกำลังเดือด และใช้ทัพพีคนไปคนมา

วันนี้ข้าวโพดรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร

ภานุยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เมื่อคืนนี้ภานุมีไข้ขึ้นสูงทั้งคืน เขาต้องหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่อย่างนั้น เพื่อลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้กับร่างสูงที่นอนหลับกระสับกระส่าย เนื่องด้วยความร้อนในกายเพิ่มสูงขึ้นตลอด

และไข้เพิ่งลดลงก็เมื่อเกือบรุ่งสางของอีกวัน

นึกแล้วก็แปลกใจตัวเอง ร่างบางนั้นไม่เคยต้องทำอะไรอย่างนี้ให้กับใครมาก่อนเลย

นึกถึงวันแรกที่เจอภานุแล้วก็ขำตัวเอง ร่างบางเอะอะโวยวายใหญ่โต และนึกโกรธน้องรหัสอยู่หลายวัน

แต่ไอ้หน้าซื่อ ๆ ที่คอยมาเสนอหน้าให้เห็นทั้งเช้าบ่าย นั้น ก็ทำให้อดใจอ่อนลงนิดหน่อยไม่ได้

ล่าสุดที่รู้มาก็คือว่าเจ้าภานุน้องรหัสของเขาเนี่ย อายุ มากกว่าเขาเกือบ 2 ปี แต่สาเหตุที่เรียนช้ากว่าก็เพราะว่าความเซ่อบวกกับความซุ่มซ่ามของตัวภานุเอง ที่ดันไปหัดขี่มอร์เตอร์ไซด์แล้วพุ่งชนรั้วบ้าน กระดูกหักหลายท่อน ต้องไปนอนให้หมอรักษาที่โรงพยาบาลเกือบปี กว่าจะหายและกว่าจะมาสอบเอ็นทรานส์ได้ ก็ต้องรอไปอีกเกือบปี

มิน่าล่ะ มีเวลาอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่นนี่เอง ถึงได้สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่ง แต่จะให้เรียกภานุว่าพี่น่ะเหรอ ฝันไปเหอะ ตลกตายเลย ให้ภานุมาเดินตามต้อย ๆ เรียกเขาว่าพี่อย่างนี้แหละดีแล้ว สนุกดี

ร่างเล็กหัวเราะเรื่อยเปื่อย ใบหน้าสวยหวานดวงตาเป็นประกาย แต่แล้วก็หยุดนิ่ง

เอ๊ะ.........เมื่อกี้นี้ไอ้หนุ่มมันใส่แว่นนี่หว่า แต่เมื่อคืนจำได้ว่าถอดให้แล้ว แต่ว่าเมื่อเช้า................ ร่างเล็กงามนิ่งคิด

ไอ้หนุ่ม ไอ้น้องรหัสเวร นี่ได้ยินอะไรที่เขาพูดไปบ้างหรือเปล่าเนี่ย

ร่างเล็กบางนิ่งคิด ไม่หรอกมั้ง ไอ้แว่นมันไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์ขนาดนั้นหรอก มันซื่อบริสุทธ์จะตาย ร่างเล็กคิดเข้าข้างตัวเอง หารู้ไม่ว่าภานุน่ะ เจ้าเล่ห์กว่าที่คิดหลายเท่านัก

************************************

หนุ่ม.....กินข้าว มือเล็กบาง เขย่าร่างสูงนั้นเบา ๆ ก่อนจะวางชามโจ๊กไว้บนโต๊ะหัวเตียง และลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ ร่างสูงที่นอนเหยียดยาว มีผ้าห่มคลุมจนถึงอก

อือ ภานุกระพริบตาถี่ ๆ แกล้งทำเป็นงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่นนอน ตอนนี้ชายหนุ่มไม่ปวดหัวแล้ว และรู้สึกว่า ตัวก็ไม่ร้อนแล้วและไม่มีอาการหายใจติดขัดเหมือนเมื่อคืน

เมื่อสักครู่เขาเกือบลืมนึกไป ตอนที่ร่างเล็กงัวเงียตื่นนอน เขายังคงสวมแว่นอยู่ แต่ตอนที่ร่างเล็กเดินออกไป เขารีบถอดแว่นออกแทบไม่ทัน และเปิดลิ้นชักค้นหาคอนแท็คเลนส์มาใส่ ปกติไม่ค่อยได้ใส่คอนแท็คนักหรอก รู้สึกว่ามันเคือง ๆ ตา ก็ได้แต่เก็บเอาไว้ในกล่องอยู่อย่างนั้น กลัวเหมือนกันว่าร่างบางนั้นจะรู้ว่าเขาแกล้งหลับ แต่พอร่างเล็กเข้ามาในห้องแล้วก็ไม่เห็นโวยวายอะไร

ตอนนี้เขาก็แค่แกล้งทำเป็นมองอะไรไม่เห็นแค่นั้นเอง ไม่รู้ว่าพี่ข้าวโพดจะทันสังเกตหรือเปล่า

ร่างเล็กเอื้อมหยิบชามมาไว้ในมือ เป่าเบา ๆ ที่ช้อนเพื่อให้คลายความร้อน ก่อนจะส่งเข้าปากชายหนุ่ม

ภานุอ้าปากรับในทันที เขาแสร้งทำตาเบลอ ๆ หรี่มองหน้าของร่างเล็กนั้นที่ เป่าที่ช้อนเบา ๆ เพื่อรอจะป้อนโจ๊กคำต่อไป

ตอนนี้ภานุเห็นว่าพี่ข้าวโพดร่างเล็กบางนั้นน่ารักสุด ๆ ปกติเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ที่มหาวิทยาลัย แต่วันนี้ได้มาเห็นพี่ข้าวโพดในชุดเสื้อเชิตขาว กับกางเกงขาสั้นเลยเข่า ผิวขาว ๆ ใบหน้าน่ารักที่กำลังตั้งอกตั้งใจป้อนอาหารเขาอย่างเต็มที่

อือ ภานุครางเบา ๆ อารมณ์มันไหลไปตามความคิดหมดแล้ว

เวลาที่ไม่มีแว่นตามาเกะกะเนี่ย ภานุก็ดูเป็นชายหนุ่มหล่อเหล่าคนหนึ่งทีเดียว เสียอย่างเดียวที่เวลามองอะไรก็ต้องหรี่ตา มันดูเสียบุคลิกชอบกล ร่างเล็กบางนิ่งคิด ช้อนในมือถูกคนไปคนมาในชามโจ๊ก

อร่อยมั้ย ร่างเล็กเอ่ยถามในขณะที่กำลังเตรียมป้อนคำต่อไป

ครับ ร่างสูงรับคำ ใบหน้าคมยังคงขาวซีดแทบไม่มีสีเลือด

ไม่ให้อร่อยได้ไง เมื่อกี้ข้าเห็นจิ้งจกตกลงไป แต่เอ็งไม่ต้องตกใจนะ ก่อนที่ข้าจะเอาข้าวมาให้เอ็งกินเนี่ย ข้าหยิบจิ้งจกออกไปแล้ว ร่างเล็กบางพูดเรื่อย ๆ แต่แอบยิ้มเจ้าเล่ห์ โทษฐานที่ทำให้ว้าวุ่นใจ มันต้องเจอแบบนี้

แค่ก แค่ก แค่ก ภานุสำลักโจ๊กในปากทันที นี่ยังไม่เลิกแกล้งเขาอีกเหรอเนี่ย

นึกว่าพี่ข้าวโพดจะญาติดีกับคนป่วยแล้วนะ

จริงเหรอพี่ ภานุทำตาโต ตกใจ ไม่จริงน่ะ พี่ข้าวโพดต้องแกล้งอำเขาแน่ ๆ

เอ็งนึกว่าข้าพูดเล่นเหรอ ข้าเคยพูดเล่นด้วยเหรอวะ ใบหน้าหวานซึ้งทำหน้าจริงจัง

พี่ข้าวโพดดดดดดดด ผมไม่กินแล้ว แหวะ ภานุทำท่าพะอืดพะอม จะอาเจียนซะให้ได้

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าล้อเล่นเว้ย แหม ทำเป็นตกใจไปได้ ร่างบางหลุดหัวเราะชอบใจที่แกล้งร่างสูงที่พยายามจะล้วงคอเอาอาหารออกให้ได้

โฮ่.........พี่ข้าวโพดจะแกล้งผมไปถึงไหนเนี่ย ภานุทำหน้าเศร้า นี่มันอะไรกันอีก นึกขอบคุณอยู่หรอกที่ชามโจ๊กของเขาไม่มีจิ้งจกจริง ๆ แต่คนตัวเล็กนี่ก็เหลือเกิน เขาป่วยอยู่นะเนี่ย เคยเห็นใจคนป่วยมั่งมั้ย

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าล้อเล่น น่ะ ... เนี่ยข้าอุตส่าห์ต้องมานั่งป้อนข้าวเอ็งเลยนะเว้ย ร่างบางยังคงหัวเราะไม่เลิก

มือเอ็งไม่ได้เป็นง่อยซะหน่อย กินเองได้แล้ว ร่างบางเตรียมจะวางช้อนและส่งชามให้กับร่างสูงที่ทำหน้างอหงิกทันที

ไม่ได้หรอก ตอนนี้มือผมจับอะไรไม่ได้ พี่แหละต้องป้อน ภานุทำเสียงกระเง้ากระงอดเขาอยากจะโกรธร่างบางนี้จริง ๆ ล้อเขาเล่นอยู่ได้ทุกวัน ไม่เบื่อบ้างหรือไง

ทำไม... มือเอ็งมันพิการไปด้วยหรือไง ถึงหยิบช้อนมาตักกินเองไม่ได้เนี่ย ร่างเล็กบางทำหน้าโกรธทีเล่นทีจริง

แต่ในใจนั้นขำยิ่งกว่าขำที่ได้แกล้งชายหนุ่มให้ทำหน้าหงิกหน้างอได้

ไม่ได้พิการ แต่เมื่อคืนนี้พี่อุตส่าห์จับมือผมไว้ทั้งคืน ถ้าผมเอามือไปจับช้อน เดี๋ยวรอยจะหายไป ภานุพูดบอกซื่อ ๆ ไปตามที่ใจคิด แถมเอามืออีกข้างลูบไปลูบมาที่มือที่ร่างเล็กนั้นเกาะกุมไว้ทั้งคืน

ไอ้ ไอ้ ไอ้ บ้า เอ็ง เอ็ง บ้าหรือไง ใบหน้าขาวเนียนแดงซ่านขึ้นทันที เขาไม่นึกว่าภานุที่ซื่อซะจนดูเหมือนเซ่อจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ ร่างเล็กรีบลุกออกจากเก้าอี้

ไปไหนอ่ะ จะทิ้งผมเหรอ มือแกร่งรีบเอื้อมมือไปคว้า มือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มของร่างบอบบางที่กำลังจะเดินผละจากไป